From the ground up

ความเชี่ยวชาญทางด้านการลงทุนของเรา รวมทั้งความเข้าใจที่มีต่อเอเชีย เกิดขึ้นจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในตลาดหลักๆ ซึ่งความหลากหลายที่ได้รับมานี้ทำให้เรามีมุมมองอันเป็นเอกลักษณ์ นำมาสู่ความคิดที่ดีที่สุดและความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม

จีดีพีของจีนเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงจาก 6.6% ในปี 2018 มาอยู่ที่เหนือกว่า 6.0% เพียงเล็กน้อยในไตรมาส 3 ปี 2019 ภาวะความอ่อนแอนี้เกิดขึ้นในทั่วทุกภาคส่วน – การชะลอตัวของภาคการลงทุน ยอดค้าปลีก และการส่งออกที่ไม่สดใส เช่นเดียวกันกับการผลิตในภาคอุตสาหกรรมที่อ่อนแอลง และการว่างงานที่สูงขึ้น แนวโน้มที่เห็นได้ทั่วไปนี้ทำให้เกิดความแตกต่างในระดับหมวดหมู่ย่อย ซึ่งมองได้เห็นชัดเจนขึ้น ตัวอย่างเช่น แม้จะมีการชะลอตัวของภาคการค้าปลีก แต่ยอดการขายเครื่องสำอางกลับมีอัตราการเติบโตเป็นตัวเลขสองหลักเมื่อเทียบกับต้นปี (year-to-date) โดยช่องทางการขายออนไลน์และผลิตภัณฑ์ยอดนิยมยิ่งเติบโตรวดเร็วมากขึ้น แต่ที่ไม่ต้องสงสัยใดๆ ก็คือ ทิศทางการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนจะชะลอตัวลงในทศวรรษหน้า อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวเราคาดว่าจะเห็นโอกาสการลงทุนใหม่ๆ ในกลุ่มผู้บริโภค ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสุขภาพ และเทคโนโลยี ซึ่งรูปแบบการใช้จ่ายใหม่ๆ ของกลุ่มมิลเลนเนียล การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในเมืองระดับรองๆ ลงมา และความเต็มใจที่จะจับจ่ายมากขึ้นเพื่อให้ได้คุณภาพที่ดีกว่า ล้วนได้สร้างแนวโน้มที่ดีต่อการเติบโตเชิงโครงสร้างในกลุ่มผู้บริโภคในตลาดเฉพาะ ขณะเดียวกัน ความท้าทายที่เกิดขึ้นจากความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนนั้น ได้สนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนาภายในประเทศทางด้านเทคโนโลยี ในขณะที่กลุ่มประชากรสูงวัยก็ยังต้องการบริการทางการแพทย์และยาที่มีคุณภาพดีขึ้น

Michelle Qi
Chief Investment Officer
China Equities

รัฐบาลอินโดนีเซียที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาใหม่ได้เปลี่ยนจุดมุ่งเน้นของแนวทางการพัฒนา จากเรื่องการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน มาสู่เรื่องทุนมนุษย์ (Human capital) ทั้งนี้ เพื่อสร้างโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีความยั่งยืน และแข่งขันได้มากขึ้น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจะดำเนินต่อไปพร้อมแผนการย้ายเมืองหลวงของประเทศไปอยู่ที่ " กาลิมันตันตะวันออก " อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจเช่นนี้จะต้องใช้เวลาและได้รับการตระหนักถึงประโยชน์อย่างช้าๆ ในขณะเดียวกัน ด้านเศรษฐกิจก็มีความท้าทายที่เกิดขึ้นจากการลดลงของการใช้จ่ายในสินค้าที่ไม่จำเป็น เพราะภาษีด้านสาธารณูปโภคที่สูงขึ้น ค่าธรรมเนียมภาครัฐสำหรับบริการทางการแพทย์ และความสามารถในการใช้จ่ายภาครัฐที่มีอยู่จำกัด บริษัทที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ได้รายงานตัวเลขกำไรสะสมงวดเก้าเดือนของปีนี้ สิ้นสุด ณ เดือนกันยายน ลดลง 1.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว จากที่เคยขยายตัว 0.9% ในช่วงครึ่งปีแรก เราจึงมองในมุมบวกด้วยความระมัดระวัง และให้น้ำหนักกับพันธบัตรรัฐบาลมากกว่าหุ้น เราจะมุ่งเน้นไปยังบริษัทที่มีโมเดลทางธุรกิจที่ยั่งยืนและสามารถสร้างการเติบโตของกำไรได้ดี

Ari Pitoyo
Chief Investment Officer
Indonesia

ในปี 2019 ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และสต็อกสินค้าคงคลังส่วนเกินของชิปหน่วยความจำ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจเกาหลีอย่างมีนัยสำคัญ สิ่งเหล่านี้ได้ฉุดกำไรต่อหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ให้ลดลงเกือบ 30% (ตามการคาดการณ์ของตลาด) เมื่อถึงปี 2020 เราเชื่อว่าการเติบโตของผลประกอบการสำหรับบริษัทผู้ส่งออกรายใหญ่ของเกาหลี โดยเฉพาะบริษัทเซมิคอนดักเตอร์และบริษัทฮาร์ดแวร์ด้านไอทีที่สามารถใช้ประโยชน์จากการพัฒนาเครือข่าย 5G ทั่วโลกนั้น มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวได้อย่างชัดเจน ดังนั้น เราจะมุ่งเน้นไปที่ผลประกอบการของภาคธุรกิจ โดยมีจุดสำคัญ ก็คือ ศักยภาพในการสร้างรายได้ของกลุ่มธุรกิจซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเศรษฐกิจเกาหลีกำลังเข้าสู่ช่วงแห่งการเติบโตในระดับต่ำ ด้วยสถานการณ์เช่นนี้เราจึงยังคงมุมมองแบบระมัดระวังต่อกลุ่มธุรกิจที่มีลักษณะเคลื่อนไหวไปตามวัฏจักร เช่น ธุรกิจเคมีภัณฑ์และโรงกลั่น (น้ำมันและก๊าซ) เนื่องจากความต้องการที่ลดลงจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นไปตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น

Woong Park
Acting Chief Investment Officer
Korea

ในปีงบประมาณ 2020 รัฐบาลมาเลเซียคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจทั้งปี 2020 จะอยู่ที่ 4.8% (เทียบกับ 2019F ที่ 4.7%) โดยคาดว่าการขาดดุลทางการคลังจะลดลงมาอยู่ที่ 3.2% (เทียบกับ 2019F ที่ 3.4%) งบประมาณประจำปีนี้ได้รวมการพิจารณาที่ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัวได้เพียงเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายใหม่ของการขาดดุลงบประมาณปี 2020 ที่ 3.2% ซึ่งลดลงจาก 3.0% ก่อนหน้านี้ รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานะทางการคลังในภาพรวม โดยมีเป้าหมายที่จะลดการขาดดุลการคลังให้เหลือ 2.8% ของจีดีพีในระยะกลาง ดังนั้น เราจึงคาดว่าอันดับเครดิตของมาเลเซียจะยังคงไม่เปลี่ยนแปลง คืออยู่ที่ระดับ A3 / A- งบประมาณได้มุ่งเน้นไปที่มาตรการเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ และการปฏิรูปโครงสร้าง แทนที่จะเป็นโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่แบบดั้งเดิม เพราะฉะนั้นเราจึงคาดการณ์แนวโน้มในเชิงบวกสำหรับธีมลงทุนหุ้น ในสิ่งที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภค เศรษฐกิจดิจิทัล การท่องเที่ยว การดูแลสุขภาพ อสังหาริมทรัพย์ ซาบาห์และซาราวัก ส่วนพันธบัตร เรายังคงมุมมองที่เป็นกลาง โดยให้น้ำหนักมากต่อสินเชื่อภาคธุรกิจ (corporate credits) ในการเป็นทางเลือกเพื่อรับผลตอบแทน

Source: 1Bloomberg, data as at 1 November 2019

Doreen Choo
Chief Investment Officer
Malaysia

เมื่อเร็วๆ นี้ ธนาคารกลางของไต้หวันคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 2.3% ในปี 2020 ด้วยแรงสนับสนุนจากความต้องการภายในประเทศ ในขณะเดียวกัน บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ (ที่มีการดำเนินงานในต่างประเทศ) คาดว่าจะเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนในประเทศและยังคงเดินหน้าลงทุนในกระบวนการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง สิ่งนี้เป็นผลดีต่อตลาดหุ้น ซึ่งถ้าหากดูที่ห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันนั้น อยู่ในสถานะเตรียมพร้อมที่จะได้รับประโยชน์จากความต้องการในตลาดโลกที่เพิ่มขึ้นสำหรับการพัฒนาเครือข่ายยุคที่ 5 (5G) ความต้องการผลิตภัณฑ์เซมิคอนดักเตอร์ของไต้หวันคาดว่าจะแข็งแกร่งและได้รับแรงสนับสนุนจากลักษณะการพึ่งพาการนำเข้าของจีนที่ต้องการส่วนประกอบที่สำคัญและชิปจำนวนมากที่ใช้สนับสนุนการดำเนินงานของบริษัทในจีน บริษัทที่เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของเรา รวมถึงบริษัทที่ผลิตตัวขยายสัญญาณ แผงวงจรพิมพ์ และแผงวงจรรวมที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับสมาร์ทโฟน 5G และสถานีฐาน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วความเสี่ยงหลักประการหนึ่งที่เราเห็น ก็คือ หากสหรัฐและจีนไม่สามารถทำข้อตกลงทางการค้าได้ ซึ่งอาจฉุดให้กิจกรรมในภาคการผลิตทั่วโลกปรับตัวลดลง

Simon Liu
Chief Investment Officer
Taiwan

ในปี 2019 เศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน และการแข็งค่าของเงินบาท ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการส่งออกและภาคการท่องเที่ยวของไทย ประกอบกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูงและการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าการลงทุนระยะยาวของไทยและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น จะสามารถสร้างโอกาสเข้าลงทุนในบางธุรกิจที่ยังน่าสนใจ รัฐบาลชุดใหม่มีแผนที่จะเร่งรัดโครงการโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงการเชื่อมต่อระบบรถไฟความเร็วสูงระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน และจีน โครงการดังกล่าวถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่จะช่วยทำให้เกิดการจ้างงาน ไม่เพียงแต่ในระยะสั้นแต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมและยกระดับการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในระยะยาว ธุรกิจที่น่าสนใจอยู่ในภาคการขนส่งและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะเกาะกระแสรับอานิสงส์จากโครงสร้างพื้นฐาน โดยมาตรการที่เข้ามาทันเวลาอย่างเช่นการปรับลดค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ซึ่งเข้ามาเพิ่มเติมจากมาตรการจูงใจสำหรับการบริโภคภายในประเทศและการท่องเที่ยว จะเป็นประโยชน์ต่อภาคการค้าปลีกและธุรกิจบริการ ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในเชิงการแข่งขันของไทยมาแต่ดั้งเดิม ด้วยสภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เรายังคงมองเห็นโอกาสในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) และบริษัทที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถสร้างกระแสรายได้อย่างมั่นคง

Dr. Somjin Sornpaisarn
Acting Chief Investment Officer
Thailand

เศรษฐกิจของเวียดนามยังคงแข็งแกร่ง เนื่องจากปัจจัยทางด้านแรงงานที่ทำให้ประเทศอยู่ในสถานะที่แข่งขันได้ และค่าจ้างที่ค่อนข้างต่ำโดยเปรียบเทียบ สงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนยังได้เร่งการตัดสินใจให้เกิดการโยกย้ายฐานการผลิตเข้ามายังเวียดนาม และเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงิน เม็ดเงินที่ไหลเข้ามาลงทุนจากต่างประเทศถือเป็นฟันเฟืองที่สำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของจำนวนบริษัทที่มีต่างชาติเป็นเจ้าของในเวียดนามยังได้เข้ามาเพิ่มการแข่งขันในตลาดให้กับผู้เล่นในประเทศมากขึ้น เราคาดว่าภาวะกระทิงของตลาดหุ้นเวียดนามจะดำเนินต่อไปในปี 2020 ด้วยแรงหนุนจากสภาพคล่องส่วนเกิน และแนวโน้มกำไรที่เติบโตของภาคธุรกิจ สำหรับในตลาดตราสารหนี้ การที่แนวโน้มทางเศรษฐกิจเวียดนามอยู่ในเชิงบวก มีอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับต่ำ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ต่ำเช่นกัน จึงทำให้ตลาดสินเชื่อของเวียดนามมีสเปรดที่น่าดึงดูดสำหรับผู้ลงทุน ยิ่งกว่านั้นความหวังของเวียดนามในการถูกจัดประเภทใหม่ จากประเทศในกลุ่ม “Frontier” มาสู่ “Emerging market” หรือตลาดเกิดใหม่ ก็จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน เว้นแต่จะมีความผันผวนในระยะสั้นอันเกิดจากภาวะความปั่นป่วนในตลาดโลก

Ngo The Trieu
Acting Chief Investment Officer
Vietnam

Michelle Qi
Chief Investment Officer
China Equities

Ari Pitoyo
Chief Investment Officer
Indonesia

Woong Park
Acting Chief Investment Officer
Korea

Doreen Choo
Chief Investment Officer
Malaysia

Simon Liu
Chief Investment Officer
Taiwan

Dr. Somjin Sornpaisarn
Acting Chief Investment Officer
Thailand

Ngo The Trieu
Acting Chief Investment Officer
Vietnam

  • Michelle Qi
    Chief Investment Officer
    China Equities

  • Ari Pitoyo
    Chief Investment Officer
    Indonesia

  • Woong Park
    Acting Chief Investment Officer
    Korea

  • Doreen Choo
    Chief Investment Officer
    Malaysia

  • Simon Liu
    Chief Investment Officer
    Taiwan

  • Dr. Somjin Sornpaisarn
    Acting Chief Investment Officer
    Thailand

  • Ngo The Trieu
    Acting Chief Investment Officer
    Vietnam