สรุป 4 ความแตกต่างในตลาดกระทิงของจีน : ปี 2020 และปี 2014-15

สรุป 4 ความแตกต่างในตลาดกระทิงของจีน : ปี 2020 และปี 2014-15 ตลาดหุ้นจีนที่ทะยานขึ้นอย่างโดดเด่นในปัจจุบันนั้นอยู่ภายใต้ความแตกต่างของสิ่งที่อยู่เบื้องหลังทั้งภาพรวมทางเศรษฐกิจมหภาค ภาคการเงิน และสภาพคล่อง หากเปรียบเทียบด้วยการย้อนเวลาไปดูภาวะตลาดกระทิงที่เคยเกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2014 ถึงปี 2015 ในขณะเดียวกัน ผลสะท้อนจากการปฏิรูปภายในและแรงกดดันจากภายนอกได้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจีน เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และกลายเป็นปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ๆ ที่มีต่อการเติบโต การที่จีนยุคใหม่ได้ฉายภาพให้เห็นเป็นรูปเป็นร่าง โอกาสในการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ new economy ก็กำลังจะปรากฏให้เห็นชัดเจนมากขึ้นและพร้อมส่งมอบรางวัลแก่ผู้ลงทุนที่มีความมุ่งมั่นและไม่รอช้าที่จะเดินเข้าสู่เกมนี้

ดัชนี CSI 300 ของจีนปรับตัวขึ้น 10% นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน1 สามารถสร้างผลงานได้เหนือกว่าตลาดคู่แข่งในภูมิภาคและตลาดโลก สภาวะตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะบริษัทหลักทรัพย์ที่ถูกจับตาในระยะหลังเมื่อราคาหุ้นสร้างผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยการปรับตัวขึ้นมา 17% นับตั้งแต่สิ้นเดือนมิถุนายน2 สภาพตลาดเช่นนี้อาจทำให้ผู้ลงทุนบางรายนึกย้อนกลับไปยังช่วงที่ตลาดหุ้นจีนเกิดภาวะกระทิงเมื่อปี 2014 ซึ่งมาพร้อมกับราคาหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดี ตลาดกระทิงในปี 2014 กลับยุติลงอย่างรวดเร็วในช่วงฤดูร้อนปี 2015 จึงเกิดคำถามว่าผู้ลงทุนควรมองการวิ่งขึ้นของราคาหุ้นในปัจจุบันด้วยความระมัดระวังมากขึ้นหรือไม่? เราสรุปข้อแตกต่างที่สำคัญไว้ 4 ข้อสำหรับตลาดกระทิงในปี 2014 กับสภาวะตลาดในปัจจุบัน

เบื้องหลังสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจ เศรษฐกิจจีนในปี 2014 เติบโตในระดับต่ำที่สุดในรอบ 24 ปี ถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายของรัฐบาลเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกที่เศรษฐกิจเติบโตต่ำกว่า 7.6% นับตั้งแต่ปี 1990 อย่างไรก็ตาม หากทำความเข้าใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในปี 2014 อาจส่งสัญญาณของการเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบในยุคแห่งการเติบโตอย่างรวดเร็วของจีน เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่โมเดลทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งลดการพึ่งพาการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ลดการมุ่งเน้นการผลิตสินค้าระดับล่าง และลดความสำคัญของการขยายสินเชื่อ

มองมาสู่ปัจจุบัน เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้นได้อย่างรวดเร็ว (+3.2% yoy) ในไตรมาสที่สองของปี 2020 พลิกกลับขึ้นมาได้จากสภาวะการหดตัว (-6.8% yoy) ในไตรมาสแรกอันเป็นผลมาจากสภาวะการระบาดที่ลามไปทั่วโลก การฟื้นตัวอยู่ในระดับสูงเกินกว่าที่ตลาดคาดการณ์ (1.9% จากผลสำรวจของ Bloomberg และ 2.9% จาก Wind survey) และยิ่งกว่านั้นยังมีคาดการณ์ด้วยว่าเศรษฐกิจจีนจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ซึ่งเป็นไปตามดีมานด์และกิจกรรมที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

นโยบายการเงิน ธนาคารกลางจีน (People’s Bank of China: (PBoC) ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2014 และมาในช่วงครึ่งแรกของปี 2015 ธนาคารกลางจีนได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 3 ครั้งและปรับลดอัตราการกันสำรองลง 3 ครั้งด้วยเช่นกัน

การที่อัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง (risk free rate) ลดลง ระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ (risk appetite) ปรับตัวเพิ่มขึ้น มูลค่าหุ้นก็ขยายตัวขึ้นตาม (ตัวทวีคูณของราคาหุ้นสูงขึ้น) การปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกที่เกิดขึ้นในช่วงปลายปี 2014 เป็นจุดเริ่มต้นของวัฏจักรการผ่อนคลายทางการเงินรอบใหม่และมีส่วนผลักดันให้ราคาหุ้นของบริษัทหลักทรัพย์ฟื้นขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

เช่นเดียวกับในปี 2019 ที่จีนเริ่มมาตรการผ่อนคลายทางการเงินโดยเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปในภาพใหญ่ที่ต้องการปล่อยให้อัตราดอกเบี้ยเคลื่อนไหวโดยเสรี ธนาคารกลางจีนในเดือนสิงหาคม 2019 ได้กำหนดให้สินเชื่อใหม่ที่ปล่อยให้แก่ภาคธุรกิจจะต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยโดยอ้างอิงกับเกณฑ์มาตรฐานที่ปรับปรุงใหม่ (Loan Prime Rate หรือ LPR) ซึ่งให้สอดคล้องกับอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่เสนอให้กับลูกค้าชั้นดีของธนาคาร โดย LPR นั้นผูกอยู่กับอัตราที่ธนาคารกลางเรียกเก็บจากสถาบันการเงินผู้ปล่อยกู้สำหรับวงเงินสดในระยะเวลาหนึ่งปี (Medium Lending Facility) แบงก์ชาติจีนคาดหวังว่าการเชื่อมโยงระหว่างอัตราดอกเบี้ยของตลาดและทางการ จะช่วยปรับปรุงกลไกในการส่งผ่านผลกระทบและลดต้นทุนในการกู้ยืมลง ความแตกต่างกันในระหว่างสองช่วงเวลาไม่เพียงแต่จะมีเรื่องของกลไกการทำงานในตลาดและลักษณะของการผ่อนคลายทางการเงินเท่านั้น แต่การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ในปี 2014 ยังถูกหนุนด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรก ส่วนราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นมาในรอบนี้เป็นเพียงโมเมนตัมที่เพิ่มขึ้นในช่วงปลายของวัฏจักรการผ่อนคลายทางการเงินของจีน

แหล่งสนับสนุนสภาพคล่อง ในปี 2014-15 เม็ดเงินใหม่ที่ไหลเข้าตลาดส่วนใหญ่มาจากบัญชีมาร์จิ้น การให้กู้ยืมแบบมาร์จิ้นผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ และทรัสต์ที่มีบริการสนับสนุนแหล่งเงินทุน โดยในขณะที่สภาวะตลาดปรับตัวดีขึ้นในปัจจุบัน หน่วยงานกำกับดูแลของจีนได้ใช้แนวทางที่เคยได้รับบทเรียนมาจากอดีต ด้วยการควบคุมอย่างเข้มงวดสำหรับการให้กู้ยืมแบบมาร์จิ้น ในขณะเดียวกัน เราสังเกตเห็นเงินไหลเข้าอย่างแข็งแกร่งอันเป็นผลจากโครงการ Stock Connect และผู้ลงทุนสถาบัน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตลาดจีนในรอบนี้นั้นอาจมีคุณภาพสูงกว่าและ “อยู่ได้นานกว่า”

พัฒนาการทางเศรษฐกิจ จีนได้มีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งสำคัญมาตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งในช่วงห้าปีที่ผ่านมาจีนมีการเดินหน้าแผนการปฏิรูปด้านซัพพลาย การมุ่งลดระดับการก่อหนี้ และการเดินฝ่าสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ - จีน การปฏิรูปภายในและแรงกดดันจากภายนอกเหล่านี้ได้ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับจีน เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง และสร้างปัจจัยขับเคลื่อนใหม่ๆ ที่มีต่อการเติบโต เศรษฐกิจจีนในยุค new economy นั้นได้ก้าวไปข้างหน้าแล้วท่ามกลางความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนจาก Covid-19

ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นท่ามกลางโอกาสการกลับมาระบาดระลอกใหม่ของ Covid -19 และความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ – จีนที่ยังคงดำเนินอยู่ อาจสร้างความคลุมเครือต่อแนวโน้มทางมหภาคของจีนและนำมาสู่ความผันผวนของตลาดในระยะเวลาอันใกล้ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในระยะยาวแม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะยังคงชะลอตัวลงสู่ระดับการเติบโตที่ยั่งยืนมากขึ้น เราเชื่อว่าโอกาสการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ new economy ของจีนจะปรากฎออกมาให้เห็น นอกจากนี้ บรรดาบริษัทชั้นนำที่สามารถก้าวเติบโตต่อไปได้อย่างมั่นคงแม้จะยังถูกแวดล้อมด้วยปัจจัยทางมหภาคที่ไม่แน่นอนก็จะมีความโดดเด่นมากขึ้น ดังนั้น ผู้ลงทุนที่มีความมุ่งมั่นและสามารถมองเห็นแนวโน้มที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงต้นเกมและค้นพบบริษัทคุณภาพที่มีพื้นฐานดี ย่อมมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่ดีเช่นกัน

Sources:
1 As of 27 July 2020. In USD terms. Bloomberg.
2 As of 27 July 2020. In CNY terms. Wind

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.