2021: ลงทุนอะไรดี ? เจาะลึกเรื่องลงทุนที่ต้องรู้

ภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2021 จะอยู่ในทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังจากปี 2020 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจทั่วโลกถูกกดดันอย่างหนักจากสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 นอกจากนี้ ความขัดแย้งทางการเมืองโลกมีแนวโน้มคลายความตึงเครียดลง

Outlook2021_01

การที่ ‘โจ ไบเดน’ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯมีนโยบายต่างประเทศที่ประนีประนอมกว่าช่วงก่อนหน้านี้ โดยจะเน้นความร่วมมือและการค้าระหว่างประเทศ อาจจะไม่ได้กลับมาประนีประนอมกับจีน แต่จะใช้ความร่วมมือกับชาติพันธมิตรเพื่อกดดันจีน โดยมีการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 7 แสนล้านดอลลาร์ ที่จะเน้นลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และพัฒนาด้านเทคโนโลยี พลังงานสะอาด นอกจากนี้ ยังมีโอกาสที่จะยกเลิกกฎหมายภาษีของทรัมป์ในระยะถัดไปอีกด้วย อาทิ

  • การขึ้นภาษีนิติบุคคลจาก 21% เป็น 28%
  • เกณฑ์ภาษีขั้นต่ำที่ 15% กับบริษัทที่มีรายได้เกิน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ภาษีบุคคลธรรมดากลับมาใช้อัตราภาษีสูงสุดที่ 10% - 39.6%
  • สนับสนุนการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ นำ Affordable Care Ac t (ACA) กลับมาใช้อีกครั้งแต่ปรับให้ครอบคลุมมากขึ้น
  • ควบคุมราคายาและเพิ่มการสร้างประกันสุขภาพราคาถูกให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย แต่ไม่สนับสนุนการรักษาฟรี (Medicare for All)

มีความเป็นไปได้ในการกลับมาเข้าร่วมการเจรจา Trans-Pacific-Partnership (TPP) ซึ่งเป็นนโยบายที่สำคัญของนายบารัค โอบามา แต่จากการที่พรรคเดโมแครตไม่ได้ครองทั้ง 2 สภา (พรรคเดโมแครตครองสภาล่าง ส่วนพรรครีพับรีกันครองสภาบน) ซึ่งอาจจะผลักดันการขึ้นภาษีได้ยาก รวมถึงวงเงินในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจน้อยกว่าและไม่ได้ออกมาเร็วอย่างที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่การจำกัดการทำธุรกิจของบริษัทเทคโนโลยียักใหญ่ หรือ ‘Giant Tech’ อาจทำได้ยาก จึงส่งผลให้เงินทุนในตลาดหุ้นมีโอกาสไหลออกจากสหรัฐฯไม่มากนัก

Outlook2021_01

หุ้นสหรัฐฯ

กำไรบริษัทจดทะเบียนไตรมาสที่ 4/2020 รวมถึงการคาดการณ์กำไรของปี 2021 ยังมีแนวโน้มเติบโต ซึ่งหุ้นสหรัฐฯ อาจทำผลงานได้น้อยกว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากอาจจะเห็นการปรับ Regions Rotation ไปยังภูมิภาคที่ปรับตัวลดลงหรือขึ้นอย่างช้ามากๆ (UnderPerform) และอาจได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว

กลุ่มหุ้นคุณค่า (Value Stock) มีโอกาสทำผลงานได้ดีกว่ากลุ่มหุ้นเติบโต (Growth Stock) แต่อย่างไรก็ตาม หุ้นเติบโต (Growth Stock) เป็นหุ้นที่สามารถเติบโตได้ดีจากความสามารถในการทำไรและปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง แต่อาจจะถูกขายทำกำไรออกมาเป็นช่วง ๆได้ จากประเด็นเรื่อง การผลิตวัคซีนต้าน COVID-19 และกฎหมายควบคุมการผูกขาด (Antitrust law) แต่อย่างไรก็ตาม มุมมองการลงทุนโดยรวมยังคงน่าสนใจ โดยเฉพาะช่วงที่มีแรงเทขายออกมา

Outlook2021_03

หุ้นเอเชีย, หุ้นจีน

นโยบายต่างประเทศของ ‘โจ ไบเดน’ อาจกลับเข้ามาสู่ความร่วมมือ TPP และดึงดูดให้ประเทศอื่นอาจตัดสินใจเข้าร่วมการเป็นสมาชิก TPP ส่งผลให้การค้าและการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น ในแง่ปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งกว่าโดยเปรียบเทียบกับภูมิภาคอื่น ๆ นักวิเคราะห์มีการปรับประมาณการกำไรหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้น และในด้านระดับราคาต่อมูลค่าหุ้นเอเชียและหุ้นจีนดูน่าสนใจกว่าโดยเปรียบเทียบกับหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM)

นโยบายของจีน มีความเป็นเศรษฐกิจกระแสใหม่ หรือ New Economy มากขึ้น สอดรับกับการเติบโตในอนาคตโดยมีการผลักดันในด้านนวัตกรรม รวมถึงการเติบโตของงบประมาณการลงทุนด้านวิจัยที่จะแซงหน้าสหรัฐฯ ซึ่งนอกจากจีนที่มีเทคโนโลยีล้ำหน้าหลายประเทศทั่วโลกประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ อินเดียและไต้หวัน

ก็ต่างเร่งพัฒนาศักยภาพด้านเทคโนโลยีกันอย่างเข้มข้น ซึ่งเป็นกลุ่มที่มองว่ามีโอกาสการเติบโตในระยะหลังจากนี้ได้อีกมาก

Outlook2021_04

หุ้นยุโรป

สัดส่วนของหุ้นยุโรปส่วนใหญ่จะมีหุ้นกลุ่มธนาคารและพลังงานค่อนข้างสูง เมื่อมีการผลิตวัคซีนต้าน COVID-19 จึงส่งผลให้ราคาหุ้นมีการฟื้นตัว แต่อย่างไรก็ตาม ก็ต้องจับตาการประกาศข้อมูลตัวเลขเศรษฐกิจ ตัวเลขการว่างงาน ดัชนี PMI และการเพิ่มขึ้นของผู้ติดเชื้ออย่างใกล้ชิด ซึ่งโดยรวมก็ยังมีความเสี่ยงและมีปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ

ต้องลงทุนด้วยความระมัดระวังในระดับราคาที่มีการปรับตัวย่อลงไป

Outlook2021_05

กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (REITS & Property Fund)

ระดับราคาต่อมูลค่าถือว่าน่าสนใจเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของตัวเองในระยะยาว โดยที่ยังมีโอกาสได้รับประโยชน์จากสภาวะ Search for yield ที่ผลตอบแทนสินทรัพย์ปลอดภัยอยู่ในระดับที่ต่ำมาก ในขณะที่ yield ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ไทย (Thai Reits) อยู่ที่ 5.4% ในขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์สิงคโปร์ (Singapore Reits) อยู่ที่ 4.2% (ณ วันที่ 14 ธ.ค. 63) ซึ่งหากสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดดีขึ้น เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว สินทรัพย์กลุ่มนี้ยังเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ แม้ว่าอาจจะไม่ได้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงเหมือนผลตอบแทนตลอดช่วง 5 ปีที่แล้ว

ตราสารหนี้พันธบัตรรัฐบาล (Investment Grade, High Yield)

จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจทำให้ต้องมีการออกพันธบัตรเพื่อกู้ยืมในการลงทุน และอาจทำให้อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาล, ตราสารหนี้ (Yield) ปรับตัวสูงขึ้น (มีแรงขายออกมา) โดยมีแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นโยบาย Buy America อาจช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจในสหรัฐฯ และอาจส่งผลบวกตราสารหนี้ภาคเอกชนทั้งกลุ่มตราสารหนี้คุณภาพดี (Investment Grade) และกลุ่มตราสารหนี้กลุ่ม High Yield

โดยเฉพาะตราสารหนี้กลุ่ม High Yield ที่ผลตอบแทน (Yield) ยังคงมี Space ในการปรับตัวลงต่อ (ราคาปรับขึ้น) การผ่อนคลายการดำเนินโยบายการเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) จากวัฎจักรเศรษฐกิจ (Economics Cycle) ที่เริ่มเห็นการฟื้นตัวเศรษฐกิจ (Economic Recovery) ทำให้ตราสารหนี้กลุ่ม Investment Grade และกลุ่ม High-Yield มีความน่าสนใจในการลงทุนมากกว่าพันธบัตรรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตาม ก็ควรมีพันธบัตรรัฐบาลอยู่ในพอร์ตลงทุน ทั้งนี้เพื่อกระจายการลงทุน แต่อาจปรับลดสัดส่วนลง

Outlook2021_06

ทองคำ

เงินเฟ้อเริ่มปรับลดลงซึ่งน้อยกว่าคาดการณ์ไว้ จากการที่วงเงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจออกมาน้อยกว่าที่คาดไว้ จึงส่งผลให้ Real Yield เริ่มปรับสูงขึ้นและอาจกดดันราคาทองคำในระยะข้างหน้า สำหรับเงินลงทุนจากผู้ลงทุนต่างชาติ ( Fund Flow) ในกองทุนรวมอีทีเอฟทองคำ (Gold ETF) ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างกองทุนเปิดดัชนีที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (SPDR) และ ishare ที่เริ่มเห็นแรงเทขายออกมา

น้ำมัน

Upside ยังอยู่ในระดับที่จำกัด ประกอบกับข่าวเรื่องวัคซีนต้าน COVID-19 ส่งผลให้ราคาพลังงานปรับตัวขึ้นมาค่อนข้างสูงในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงสต็อคน้ำมันดิบสหรัฐฯที่ออกมาน้อยกว่าที่คาด อย่างไรก็ตามในส่วนของนโยบายของโจ ไบเดนที่สนับสนุนพลังงานสะอาด อาจจะกดดันราคาพลังงานในรูปแบบดั้งเดิม รวมถึงความต้องการใช้น้ำมันยังไม่ส่งสัญญาณฟื้นตัว และล่าสุดกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่มีความขัดแย้งกันเองภายใน อาจจะทำให้สหรัฐอาหรับเอมิเรตมีโอกาสที่จะไม่ทำตามโควตากำลังการผลิต ซึ่งจะส่งผลต่อปริมาณน้ำมันในตลาดและทำให้ราคาพลังงานยังคงมีความเสี่ยง

คำแนะนำลงทุนในสินทรัพย์แต่ละประเภท

USA

ยังคงเติบโตควบคู่ไปกับฝั่งเอเชีย เนื่องจากเงินทุนอาจไม่ได้ไหลออกจากสหรัฐฯมากนัก แต่อาจเติบโตน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากมีการ Reallocate ไปยังกลุ่มประเทศอื่น

China & Asian EQ

จะยังคงเติบโตต่อจากนโยบายความร่วมมือทางการค้า และความคืบหน้าเรื่องวัคซีน ทำให้การลงทุนรวมถึง TPP ที่อาจทำให้มีเงินลงทุนไหลมายังเอเชีย

Global/U.S. Tech

ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อทั้งในเรื่องของ Mega Trend รวมถึงการจำกัดเรื่องการทำธุรกิจอาจทำได้ยาก

China/Asian Tech

มีแนวโน้มที่เติบโต และน่าสนใจมากขึ้นโดยเฉพาะ China Tech ที่ได้รับการสนับสนุนจากทั้งรัฐและเอกชน

Green Energy & Infrastructure

เป็นนโยบายที่โดดเด่นของโจ ไบเดน รวมถึงธีมที่กำลังเป็นที่น่าสนใจใน DM และ China

Thai Reits / SG Reits

เริ่มน่าสนใจทั้งในด้าน Valuation / Outlook จากการที่หลายบริษัทมีการกระจาย Global Supply chain ทำให้ Industrial Reits ไทย/สิงคโปร์ได้ประโยชน์ และ Office Base จาก HK มายัง SG

Fixed Income Investment Grade

ยังคงความน่าสนใจแต่อาจให้ผลตอบแทนที่ลดลงจาก Spread ที่แคบมากขึ้น

U.S. High Yield

เริ่มน่าสนใจมากขึ้นทั้ง valuation ที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยไม่มากนักและปัจจัยด้านการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

Asian Bond

จากการที่ FTSE มีการเพิ่มน้ำหนักในตราสารหนี้จีนทำให้คาดว่า Fundflow มีโอกาสไหลเข้ากว่า 1 แสนล้านดอลลาร์ และเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวทำให้ Asian Corp Bond มีความน่าสนใจลงทุน

ความเสี่ยงที่ต้องจับตาในปี 2021

1. ความเสี่ยงจากระดับราคาต่อมูลค่าของสินทรัพย์ลงทุนที่ค่อนข้างสูง ความเสี่ยงหรือความอ่อนไหวจากข่าวเชิงลบกดดันให้ผลตอบแทนมีปรับตัวลงระหว่างทางได้

2. ความเสี่ยงจากผู้กำหนดนโยบาย จากทั้งด้านในเรื่องของการออกกฎหมายที่อาจกฎดันการลงทุน เช่น การขี้นภาษี การออกกฎหมายการผูกขาด รวมไปถึงความเสี่ยงจากด้านงบประมาณการคลังที่อาจมีการใช้งบประมาณได้ยากหรือได้วงเงินที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า

3. ความเสี่ยงทางด้านการเมืองและภูมิรัฐศาตร์ ที่อาจทำให้การขัดแย้งระหว่างประเทศซึ่งส่งผลต่อบรรยากาศการลงทุน รวมถึงการเข้าร่วมความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่คาดหวังกันเอาไว้อาจล่าช้าหรือไม่เกิดขึ้น เช่น สหรัฐฯที่คาดการณ์ก้นว่าจะเข้าร่วม CPTPP

4. ความเสี่ยงด้านโรค COVID -19 และการแจกจ่ายวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรโลกหากล่าช้าอาจทำให้เศรษฐกิจโตน้อยกว่าที่ประเมินไว้ รวมไปถึงอาการข้างเคียงที่เกิดจากการฉีดวัคซีนมีผลต่อ Sentiment เชิงลบได้

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.