ในฐานะมนุษย์เงินเดือนหรือผู้มีรายได้ การเสียภาษีประจำปีเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ การขอลดหย่อนภาษีที่คนส่วนใหญ่นิยมคือ การแบ่งเงินไปลงทุนในกองทุน LTF และ RMF เพราะนอกจากได้รับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี และยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนอีกด้วย

LTF (Long Term Equity Fund) หรือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่ง คือ จะลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยผู้ลงทุนจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด โดยสามารถนำเงินลงทุนในแต่ละปีมาใช้ลดหย่อนภาษีได้

RMF (Retirement Mutual Fund) หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนรวมที่ส่งเสริมให้เกิดการออมเงินไว้ใช้ในวัยเกษียณที่ทางการสนับสนุนให้จัดตั้งขึ้น โดยให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุนเพื่อเป็นแรงจูงใจ

LTF สิ้นสุดปี 2562 ซื้อต่อไป

ล่าสุดเป็นที่แน่ชัดว่า LTF จะใช้ลดหย่อนภาษีได้จนถึงสิ้นปี 2562 และยังไม่มีรายละเอียดที่แน่ชัดว่าจะขยายสิทธิประโยชน์ต่อไปหรือให้มีกองทุนใหม่ที่จะเข้ามาทดแทน อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนควรลงทุนต่อไป เพราะกองทุนนี้มีเป้าหมายเพื่อการออมเงินระยะยาวในหุ้นไทย หมายความว่าหากซื้อ LTF ปี 2562 ต้องถือหน่วยลงทุนไปจนถึงปี 2568 ดังนั้น ในระหว่างนี้จะมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะด้วยวัฏจักรการลงทุนหากลงทุนระยะยาวจะช่วยลดโอกาสผลขาดทุนได้ โดยจากสถิติผลตอบแทนเฉลี่ยหุ้นไทยย้อนหลัง 10 ปี (2551 – 2560) อยู่ที่ระดับ 11.61% ต่อปี จึงแสดงให้เห็นว่าการลงทุนในระยะยาว ผลตอบแทนในตลาดหุ้นไทยมีความน่าสนใจและมีโอกาสเติบโต

อีกทั้ง การลงทุนผ่านกองทุนรวมจะมีผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนคอยดูแล จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่ไม่มีเวลาติดตามข้อมูล และเพิ่งเริ่มต้นลงทุนในหุ้น

หากพูดถึงการประหยัดภาษี LTF จะมีความยืดหยุ่นกว่ารูปแบบอื่นๆ นั่นคือ สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมินที่ได้รับที่จะต้องเสียภาษีในปีนั้น และต้องไม่เกิน 500,000 บาท และมีเงื่อนไขเดียวคือ ต้องถือครองการลงทุนไว้ 7 ปีปฏิทิน

RMF เหมาะกับใคร?

กองทุน RMF มีรูปแบบให้เลือกหลากหลายตามความเสี่ยงของผู้ลงทุน มีทั้งกองทุนตราสารหนี้ หุ้นไทย หุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก ความพิเศษของ RMF ที่น่าสนใจ ก็คือ เหมาะกับคนทุกกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณมารองรับ เช่น ไม่ได้เป็นสมาชิกกองทุนรวมสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เป็นต้น รวมทั้งผู้ที่มีสวัสดิการดังกล่าวแล้วแต่อยากจะออมและลงทุนเพิ่มเติมให้มากขึ้น

โดยผู้ลงทุนต้องถือครองหน่วยลงทุนจนถึงอายุ 55 ปี และลงทุนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี สามารถนำมาหักลดหย่อนได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15% ของเงินได้และต้องไม่เกิน 500,000 บาท ที่สำคัญ ผู้ลงทุนที่กำลังลาออกจากงานหรือเกษียณก่อนอายุ แล้วมีเงินก้อนอยู่ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และไม่อยากแบกรับภาระภาษีในการนำเงินออกมา ยังสามารถโอนย้ายเงินมาลงทุนต่อเนื่องใน RMF ได้ทั้งก้อน และได้รับสิทธิประโยชน์ตามเงื่อนไข RMF ทุกประการ เพียงแต่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน 30 วันจากวันสิ้นสภาพสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ลงทุน DCA ดีที่สุด

ปัจจุบันยังมีผู้ที่ต้องการซื้อ LTF และ RMF มักจะรอซื้อครั้งเดียวในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม วิธีการลงทุนที่เหมาะสมที่สุดโดยเฉพาะกับมนุษย์เงินเดือนก็คือ ซื้อแบบเฉลี่ยเท่าๆ กันแต่ละงวด เช่น ซื้อทุกๆ สิ้นเดือน หรือเรียกว่า Dollar Cost Average (DCA) โดยวิธีนี้จะช่วยให้ต้นทุนการลงทุนต่ำกว่าต้นทุนตลาด หรือทำให้โอกาสขาดทุนน้อยลง รวมทั้งยังสร้างวินัยในการออมเงิน

การลงทุนทั้ง LTF และ RMF ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร หากไม่เป็นไปตามเงื่อนไขจะต้องจ่ายคืนภาษีที่ได้รับการยกเว้นโดยมีสัดส่วนตามที่กรมสรรพากรกำหนด

หมายเหตุ: เรียบเรียงข้อมูล ณ พฤษภาคม 2562

ข้อมูลอ้างอิง:

  • ข้อมูลความหมายและคุณสมบัติ LTF และ RMF จากหนังสือ “คู่มือ LTF & RMF แฝดคู่สวย ช่วยประหยัดภาษี” โครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุน
  • ข้อมูลผลตอบแทนหุ้นไทยระยะยาว 10 ปี จาก https://www.set.or.th/set/setInfographic.do?contentId=244

คำเตือน:

  • ข้อมูลสิทธิประโยชน์ทางภาษีและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง โปรดศึกษาเพิ่มเติมจากกรมสรรพากร www.rd.go.th
  • ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ทางภาษี ที่ระบุไว้ในคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวด้วย
  • ผู้ลงทุนควรศึกษาคู่มือการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รับโอนเงินจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและการโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่รองรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  • ผลการดำเนินงานในอดีต ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต
  • ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ผลการดำเนินงานในอดีต/ ผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต การลงทุนในหน่วยลงทุนมิใช่การฝากเงิน และมีความเสี่ยงของการลงทุน ผู้ลงทุนอาจได้รับเงินลงทุนคืนมากกว่าหรือน้อยกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกก็ได้ และอาจไม่ได้รับชำระเงินค่าขายคืนหน่วยลงทุนภายในระยะเวลาที่กำหนดหรืออาจไม่สามารถขายคืนหน่วยลงทุนได้ตามที่มีคำสั่งไว้
รวมถึงกองทุนนี้เป็นกองทุนที่ลงทุนในต่างประเทศบางส่วนเนื่องจากกองทุนไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนทั้งจำนวน ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน /หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้ ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาหนังสือชี้ชวนอย่างรอบคอบ ทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ช่องทางติดต่อ