ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ปัจจัยที่ไม่ควรมองข้ามต่อการลงทุน

เชื่อว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดอยู่ในมณฑลอู่ฮั่นประเทศจีน เป็นที่กล่าวขวัญและกำลังส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุนไม่น้อย ปัจจุบันมีรายงานการพบผู้ติดเชื้อในหลายประเทศ เช่น เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น, ไต้หวัน รวมถึงไทยก็มีรายงานผู้ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้แล้ว

ก่อนจะไปวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ที่จะกระทบต่อการลงทุนจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ เราลองย้อนนึกไปดูเหตุการณ์การแพร่ระบาดของโรคที่เคยเกิดขึ้นในอดีตว่ากระทบเศรษฐกิจและการลงทุนทั่วโลกอย่างไร

หากเราย้อนไปในปี 2003 เชื่อว่าคงไม่มีใครไม่รู้จักโรคซาร์ส(SARS) ซึ่งเป็นโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง และได้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและการลงทุน โดยโรคซาร์สมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 8,000 ราย และมีผู้เสียชีวิตรวมกันราว 800 ราย

fig-1-overlooked-for-investment

ซึ่งเหตุการณ์โรคระบาดในครั้งนั้นส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนและฮ่องกงปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนรวมถึงการขยายตัวทางเศรษฐกิจโลกปรับตัวลดลงด้วย

fig-2-overlooked-for-investment

ผลกระทบดังกล่าวส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลงกว่า 10% ในช่วงระยะเวลาสองเดือนก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้นมาหลังจากการเทขยายของผู้ลงทุน

fig-3-overlooked-for-investment

แล้วไวรัสโคโรนาที่กำลังระบาดในครั้งนี้ เมื่อเทียบกับโรคซาร์สที่ระบาดในปี 2003 จะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการลงทุนเหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าค่อนข้างจะแตกต่างกันในหลายเรื่อง

  • เป็นระยะเวลาค่อนข้างนาน ที่ทางการจีนจะประกาศการแพร่ระบาดของโรคซาร์สก็กินเวลาไปแล้ว 3 เดือน (เริ่มพบโรคซาร์สตอนเดือน พ.ย. 2002 แต่เริ่มแพร่ระบาดหนักในเดือน ก.พ. ปี 2003) แต่ครั้งนี้ทางการจีนมีการ Take Action และมีการใช้มาตรการเพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดอย่างทันท่วงที
  • หลายประเทศให้ความร่วมมือและมีมาตรการการคัดกรองและคัดแยกผู้ที่ติดเชื้อ รวมถึงผู้ที่คาดว่ามีการปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดเชื้ออย่างเร่งด่วน
  • ในสมัยที่เกิดโรคซาร์สปี 2003 มีตัวเร่งปฏิกิริยากับตลาดหุ้นอีกแรงก็คือ สงครามอิรัก แต่ปัจจุบันตัวเร่งปฏิกิริยาในตลาดหุ้นยังไม่ได้มีชัดเจนเหมือนตอนนั้น จะมีบ้างก็เรื่องสงครามการค้าที่มาเป็นระลอก

แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ ปัจจุบัน “จีน” มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจและการลงทุนของโลกมากกว่าในอดีต หากควบคุมไม่อยู่และกระจายเป็นวงกว้าง ผลกระทบอาจมากกว่าในอดีต

  • เพราะต้องไม่ลืมว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจจีนใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก คาดการณ์ว่า GDP ปี2020 ที่ทางIMF คาดว่าปีนี้ โลกจะขยายตัว 3.3% จะโตมาจากจีนคิดเป็นเกือบ 1ใน3 ของGDP โลก!!
  • เมื่อเทียบปี2003 GDP Per Capita หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัว หรือ GDP ต่อหัว เป็นตัวเลขที่บอกว่าค่าเฉลี่ยของ GDP เมื่อเทียบกับคนในประเทศแล้ว หนึ่งคนสามารถสร้างมูลค่า GDP ขึ้นมาเท่าไหร่ ณ ตอนปี 2003 ไม่ถึงGDP Per Capita ของจีนไม่ถึง 1,500 USD ปัจจุบันกว่า 10,000 USD แน่นอนว่าหากใช้ระยะเวลาควบคุมที่นานเกินไป ผลกระทบต่อการจับจ่ายใช้สอย รวมถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและเศรษฐกิจโลกอาจได้รับผลกระทบ
picture4

หากดูยอดการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวที่มีการใช้จ่ายมากที่สุด มากจากจีนเป็นอันดับ 1 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 227 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินเท่าไหร่ก็เอา30 บาทไปคูณ

picture5

จะเห็นได้ว่าถ้าควบคุมไม่ได้ ไวรัสโคโรนาไม่เพียงกระทบกับสุขภาพและความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก แต่กำลังเป็นความเสี่ยงใหม่ที่สำคัญต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวทั่วโลก

จีนกำลังเจออีกหนึ่งบทพิสูจน์ หากต้องการบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในแผน Made in China 2025 แต่รอบนี้ไม่ได้มีใครไปสกัดขาจีน แต่เป็นความท้าทายว่า...หากจะก้าวเป็นผู้นำโลก ต้องมีการจัดการปัญหาภายในของตัวเองให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาด หรือภัยธรรมชาติ

ผลกระทบต่อการลงทุน

อาจจะเร็วเกินไปที่จะประเมินว่าผลกระทบจากไวรัสโคโรนาในรอบนี้จะยาวนาน หรือส่งผลกระทบในวงกว้างมากแค่ไหนคงต้องประเมินกันเป็นรายสัปดาห์ ส่วนสินทรัพย์ลงทุนประเภทหุ้นก็อย่าเพิ่งวิตกจนเกินไป ในช่วงนี้ผู้ลงทุนอาจมองหาสินทรัพย์ประเภท Defensive ไว้เพื่อกระจายการลงทุน รวมถึงการจัดพอร์ทการลงทุนก็เป็นอีกวิธี ที่ช่วยลดความผันผวนและกระจายความเสี่ยงจากการลงทุน

สำหรับเรื่องไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ เป็นเรื่องที่ผู้ลงทุนและไม่ใช่ผู้ลงทุนต้องคอยติดตามความคืบหน้าของโรคนี้อย่างใกล้ชิด รวมถึงเอาใจช่วยหน่วยงานสาธารณสุขของแต่ละประเทศ รวมถึงดูแลและป้องกันตัวเอง รวมถึงหลีกเลี่ยงที่จะพาตนเองไปในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาด

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.