ทำไมตลาดหุ้นจีนถึงยังน่าสนใจ ? ... ท่ามกลางผลกระทบจาก Covid-19

คำตอบสั้นๆก็คือ “เรายังมอง Covid-19 เป็นเพียง ปัจจัยที่รบกวน (noise) ระยะสั้น ขณะที่ปัจจัยขับเคลื่อนจีนในระยะยาวยังคงสนับสนุนการเติบโตทั้งเศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนให้ยังคงความน่าสนใจอย่างต่อเนื่อง”

  • สถานการณ์ Covid-19 ล่าสุดอัตราการติดเชื้อเริ่มชะลอตัวลง ขณะที่อัตราผู้หายป่วยเพิ่มขึ้น
  • เหตุผล 3 ข้อ ที่ทำให้เศรษฐกิจและตลาดหุ้นจีนยังคงน่าสนใจ
  1. จีนกับบทบาทผู้นำในเวทีนานาชาติ
  2. เศรษฐกิจจีนหลังการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ
  3. ตลาดหุ้นจีนกับปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุนที่หลากหลาย

 

สถานการณ์ของ Covid-19 เริ่มดีขึ้น

  • แนวโน้มตัวเลขอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นต่อวันลดลงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่จำนวนผู้ป่วยที่หายมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น
  • จากข้อมูลจะพบว่าสัดส่วนของจำนวนผู้เสียชีวิตต่อจำนวนผู้ติดเชื้อคงที่ประมาณ 2.2-2.7% แต่สัดส่วนของผู้หายจากการติดเชื้อมีสัดส่วนที่ดีขึ้น และล่าสุดสัดส่วนของผู้หายป่วยเพิ่มขึ้นกว่า 20% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี
  • และวันที่ 19 ก.พ. สำนักข่าวไชน่า เดลี่ รายงานว่าสำนักงานบริหารผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์แห่งชาติของจีนได้ให้การรับรองยาต้านไวรัส Favilavir (ไวรัสฟาวิลาเวียร์) เป็นยาต้านไวรัส COVID-19 ซึ่งนับเป็นยาต้านไวรัส COVID-19 ตัวแรกที่ได้รับอนุมัติอย่างเป็นทางการ
Article_China_01

ผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีน

จากการคาดการณ์ของนักเศรษฐศาสตร์ในแต่ละแห่งโดยเฉลี่ย จะพบว่านักเศรษฐศาสตร์โดยส่วนใหญ่มองว่าผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนจะอยู่ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2020 เป็นหลักและหลังจากนั้นจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสถัดมา ซึ่งทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าเป็นผลมาจากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องของทางการจีน

Article_China_02

จีนกับบทบาทผู้นำในเวทีนานาชาติ

ธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank : AIIB)

AIIB ถูกจัดตั้งขึ้นในเดือน มกราคม 2016 โดยมีจีนเป็นแกนหลักในการจัดตั้ง ซึ่งมีเป้าเพื่อสร้างความมั่งคั่งและปรับปรุงความเชื่อมโยงด้านโครงสร้างพื้นฐานในเอเชีย ณ สิ้นปี 2019 มีสมาชิกแล้ว 102 ประเทศ อีกทั้งยังมีประเทศสำคัญที่อยู่นอกภูมิภาคเอเชียเข้าร่วมเป็นสมาชิกด้วย เช่น เยอรมนี ฝรั่งเศส อังกฤษ เป็นต้น ซึ่ง AIIB มีโครงการที่ได้รับการอนุมัติให้ลงทุนแล้วกว่า 60 โครงการ คิดเป็นวงเงินลงทุนกว่า 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ การเป็นแกนนำในการจัดตั้ง AIIB ของจีนนั้นแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของจีนในเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และถือโอกาสนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์ทั้งในด้านการลงทุนและการเมืองระหว่างประเทศ

เส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 หรือ “Belt and Road Initiative” (BRI)

หนึ่งในเครื่องมือการคลัง เส้นทางการระบายสินค้า และบทบาทเวทีโลก โดยทางการจีนมีแนวคิดขยายบทบาทของตนเองผ่านยุทธศาสตร์นี้ โดยมีเป้าหมายทางเศรษฐกิจ คือ

  • ผลักดันการกระจายอุตสาหกรรมการก่อสร้างจีนสู่ต่างประเทศ
  • กระตุ้นการส่งออก
  • ดึงดูดนักลงทุนจากต่างชาติเข้าจีน
  • เส้นทางการระบายห่วงโซ่อุปทานของจีน ซึ่งโครงการเส้นทางสายไหมศตวรรษ 21 คาดว่าจะใช้เงินลงทุน 1.4 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับ 60 ประเทศ ในเอเชีย ตะวันออกกลาง ยุโรป แอฟริกาตะวันออกและเหนือ

เงินหยวนถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสกุลหลักของโลก กับการเข้าคำนวณใน SDRs ของ IMF

ในเดือนตุลาคม 2016 สกุลเงินหยวนของจีนได้รับการรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มตะกร้าสกุลเงินเอสดีอาร์ของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มการใช้สกุลเงินหยวนในวงกว้างขึ้น จากการที่สามารถเอาไปอยู่ในตะกร้าเงินทุนสำรอง ขณะที่รัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เป็นพวกตราสารหนี้ที่เป็นที่ต้องการมากอย่างพวก US Treasury ได้ด้วยต้นทุนที่ถูกลง และเมื่อพิจารณาถึงสัดส่วนในการคำนวณใน SDRs จะพบว่าเงินหยวนของจีน มีน้ำหนักในการคำนวณมากกว่าเงินเยนของญี่ปุ่น และเงินปอนด์ สเตอร์ลิง ของอังกฤษ ซึ่งสะท้อนบทบาทและความสำคัญของค่าเงินหยวนของจีนที่กำลังจะมีบทบาทเพิ่มขึ้น

Article_China_03

เศรษฐกิจจีนหลังการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจในด้านต่างๆ

ด้านประชากรศาสตร์และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

นับตั้งแต่ทางการจีนได้เริ่มมีการใช้นโยบายลูกคนเดียวตั้งแต่ปี 1979 ส่งผลให้จำนวนประชากรจีนมีอัตราการเกิดลดลง และทางการจีนเริ่มผ่อนปรนนโยบายนี้ในปี 2013 ซึ่งจากการควบคุมประชากรจีน ส่งผลให้การดูแลคุณภาพชีวิตดีขึ้น อีกทั้งมาตรการด้านต่างๆของจีนครอบคลุมและทั่วถึงมากขึ้น ส่งผลให้มีการพัฒนาศักยภาพด้านประชากรของจีนสูงขึ้นสะท้อนใน GDP ต่อหัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งในอดีตจะพบว่า GDP Per Capita ของจีนน้อยกว่าไทยกว่า2เท่า ปัจจุบัน GDP Per Capita ของจีนได้แซงหน้าไทย และ ค่าเฉลี่ย Emerging Market ไปแล้ว

article_china_A_4

ด้านรายได้

  • ชาวจีนมีรายได้ (Disposable Income) เพิ่มขึ้นถึง 6.5% ในปี 2018 จากการมีการศึกษาที่สูงขึ้นและมีทักษะมากขึ้น
  • โดยปกติชาวจีนจะมีการใช้จ่ายสูงสุดในโลกโดยปี 2018 มีการใช้จ่ายสูงถึง 277 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
  • ความต้องการในสินค้าฟุ่มเฟือยมากขึ้น เช่น เครื่องดื่มแอลกฮอล์ รถยนต์หรู ร้านอาหาร เครื่องสำอาง
  • ตลาดออนไลน์ของจีนมีขนาดใหญ่มาก และยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกจากการที่คนจีนเข้ามาอยู่อาศัยในเมืองมากขึ้น และหันมาซื้อขายออนไลน์มากขึ้น
Article_China_5

ด้านทุนสำรองระหว่างประเทศ

ปัจจุบันประเทศจีนมีปริมาณเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งมากกว่าอันดับ 2 อย่างประเทศญี่ปุ่นกว่า 2.5 เท่า ซึ่งจุดนี้เองทำให้จีนมีความได้เปรียบทางด้านเงินทุน ซึ่งเป็นที่มาในการลงทุนโครงการด้านต่างๆทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ และเป็นการสร้างโอกาสจากเงินทุนที่มากกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ที่ได้ผลตอบแทนเพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์

article_china_06

ด้านการวิจัยและพัฒนาสู่ผู้นำเทคโนโลยีกับนโยบาย Made in China 2025

ยุทธศาสตร์ของ Made In China 2025 ที่มุ่งเน้นให้ประเทศจีนเป็นประเทศที่ยกระดับการผลิต โดยใช้นวัตกรรมและการผลิตขั้นสูง เพื่อสร้างการเติบโตและขับเคลื่อนเศรษฐกิจจีนในอนาคต โดยที่ผ่านมาย้อนหลัง 10 ปี ประเทศจีนมีการใช้จ่ายทางด้านการวิจัยและพัฒนาสูงขึ้นกว่า 3 เท่า ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนโดยเปรียบเทียบสูงกว่าประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐฯ ที่ถือได้ว่าเป็น สองประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีของโลกในปัจจุบัน

Article_China_07

ตลาดหุ้นจีนกับปัจจัยที่เอื้อต่อการลงทุนที่หลากหลาย

ด้านตลาดทุน

หลังจากการที่จีนเชื่อมการลงทุนของตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงเข้าด้วยกัน ผ่าน “Stock Connect” การลงทุนในหุ้น A-share ก็ได้รับความสนใจอย่างมาก จำนวนโควตาของ Northbound Stock Connect เพิ่มจาก 1,700 (ณ มิ.ย. 2017) เป็น 7,300 (ณ ก.พ. 2019) อีกทั้งมีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น A-share ผ่าน Stock Connect สะสมเท่ากับ 8.6 แสนล้านหยวน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในการปฏิรูปด้านตลาดทุนที่จีนต้องการก้าวเป็นเป็นศุนย์กลางทางการเงินของเอเชีย และของโลก จนทำให้ผู้ทำดัชนี อย่าง MSCI ไม่สามารถเพิกเฉยต่อศักยภาพและความยิ่งใหญ่ของตลาดหุ้นจีน จนเป็นที่มาของการนำหุ้น China A เข้ารวมในหลายดัชนีหุ้น

คาดว่าในช่วง 5-10 ปีข้างหน้า จะมีเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น A-share กว่าหลายหมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนของหุ้นจีน A-share ของดัชนีหุ้นทั่วโลก

การยกเลิก QFII และ RQFII

จีนประกาศยกเลิกโควตา QFII/RQFII (โครงการนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่มีคุณสมบัติเหมาะสม) เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2019 ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงถึงความต้องการที่จะเปิดตลาดการเงินมากขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนต่างชาติในการเข้าสู่ตลาดการเงินของจีน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งในเครื่องมือของทางการจีนที่ต้องการยกเลิกข้อจำกัดในการลงทุนในจีนแผ่นดินใหญ่ อีกทั้งยังทำให้ตลาดมีความเป็นเสรีมากขึ้น ซึ่งเป็นหนึ่งสิ่งที่นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในจีนอยากเห็นสิ่งนี้

ระดับมูลค่าตลาดที่น่าสนใจ

จากระดับราคา (Valuation) ของ China A ที่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่แพงเพื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต รวมถึงยังถูกกว่ากลุ่มประเทศใน Asia และ EM ประกอบกับนโยบายที่ทางการจีนได้เพิ่มความยืดหยุ่นและลดข้อจำกัดในการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ ยิ่งเพิ่มความน่าสนในใจให้กับการลงทุนในตลาดหุ้นจีน

Article_China_8

นอกจากสิ่งที่ได้กล่าวมาแล้ว จีนยังมีมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้นำออกมาใช้ในระสั้นตามสถานการณ์ อย่างมาตรการทางการเงินเช่นการลดการกันสำรองของธนาคาร(RRR) การลดดอกเบี้ย(LPR) รวมถึงอัดฉีดสภาพคล่องผ่าน Reverse Repo เสมือนเป็นการลดต้นทุนการกู้ยืม เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกทางนึง

ท่ามกลางความกังวลจากโรคระบาด Covid-19 ที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้อาจทำให้นักลงทุนเกิดความกังวลอยู่บ้าง แต่หากเรามองภาพในระยะยาวแล้ว จีนถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจได้ดีและเป็นรูปธรรมมากที่สุดอีกหนึ่งประเทศในโลก และโอกาสซ่อนอยู่ในวิกฤติครั้งนี้ เชื่อว่านักลงทุนจะได้เห็นภาพและเห็นโอกาสจากจีนมากขึ้น

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.