Bond Yield สหรัฐฯพุ่งแรง จะทำให้หุ้นแค่ปรับฐาน หรือ หมดรอบ?

สัปดาห์ที่ผ่านมาสินทรัพย์ทั่วโลกปรับลงแรง โดยเฉพาะสินทรัพย์ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นดัชนีฝั่งเอเชีย หรือแม้กระทั่งหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี แต่หากวิเคราะห์ถึงการปรับตัวทุกสินทรัพย์แล้วจะพบว่า ไม่เพียงแค่สินทรัพย์เสี่ยงเท่านั้น แต่เป็นทุกสินทรัพย์ทั่วโลกที่ปรับลง รวมถึงพันธบัตรสหรัฐฯและทองคำด้วย ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ปกติ

ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุยาวปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้พันธบัตรสหรัฐฯอายุยาวปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ตัวอายุสั้นไม่เพิ่มขึ้นตามนั้น เกิดจากการคาดการณ์เงินเฟ้อในอนาคตที่คาดว่าน่าจะเพิ่มขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯทั้งด้านการเงินและด้านการคลัง จึงส่งผลให้ผู้ลงทุนคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อในอนาคตจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ 5-30ปี ปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็วทุกช่วงอายุ ซึ่งในส่วนผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ10ปีที่ผู้ลงทุนมักจะใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบความน่าสนใจของสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งช่วงต้นปีผลตอบแทนอยู่ที่0.91% แต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นไปถึง 1.5% ซึ่งล่าสุดได้ลดลงมาเหลือ 1.4% ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุสั้นปรับตัวขึ้นไม่มาก

RisingYield_Article_010321_Graph_01

กราฟด้านล่างเป็นการขึ้น/ลง รายวันของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯอายุ10ปี ซึ่งจะพบว่าตั้งแต่ต้นปีในส่วนใหญ่ผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะตั้งแต่เข้าสู่เดือนกุมภาพันธ์ยิ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น สะท้อนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่อาจออกมาเพิ่ม ส่งผลให้คาดการณ์ว่าจะมี Supply Bond เพิ่มขึ้นในระบบจากการใช้งบประมาณขาดดุลการคลังของทางรัฐบาลสหรัฐฯ ส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 0.48% ในช่วงไม่ถึง 2 เดือน

RisingYield_Article_010321_Graph_02

หากเราประเมินถึงมาตรการทางการเงินที่ FED ได้มีการนำมาใช้ในปัจจุบันยังมีการทำ QE อยู่ที่เดือนละ 1.2 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้ Balance Sheet ของทาง FED อยู่ที่ 7.59 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หรือคิดเป็น 36.1% ของขนาดเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

ในส่วนของมาตรการทางด้านการคลังที่ได้มีการนำมาใช้ในช่วงวิกฤติโควิด-19 นั้น ทางรัฐบาลสหรัฐฯได้มีการใช้งบประมาณขาดดุลการคลังสูงเป็นประวัติการณ์ เมื่อเทียบกับวิกฤติ Subprime ในปี 2008 นั้นจะพบว่าในปี 2021 ยังมีการใช้งบประมาณสูงกว่าในปี 2009 ซึ่งเป็นปีที่เกิดวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐฯช่วงนั้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลให้เงินเฟ้อคาดการณ์เร่งตัวขึ้น

RisingYield_Article_010321_Graph_03

ผลกระทบจาก Bond Yield ที่ปรับตัวสูงขึ้น

จากการที่ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวขึ้นเร็วและแรง ส่งผลให้ผู้ลงทุนคาดการณ์ว่าจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทจดทะเบียน ซึ่งอาจกระทบต่อผลการดำเนินงานบริษัทที่อาจลดลงในอนาคต รวมถึงส่วนชดเชยความเสี่ยง(Earning Yield Gap) ระหว่างหุ้นและตราสารหนี้ลดลง ทำให้สินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นลดความน่าสนใจ และเกิดแรงขายทำกำไรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเฉพาะกลุ่มดัชนีในฝั่งเอเชียและจีน รวมถึงกลุ่มกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้ปรับตัวขึ้นไปมากก่อนหน้านี้ ทำให้เมื่อเกิดภาวะผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้สินทรัพย์เหล่านี้มีการขายทำกำไรออกมามากกว่าปกติ

RisingYield_Article_010321_Graph_04

Sectors Rotation Play

ประเด็นถัดมาที่หลายฝ่ายเริ่มกังวลกันคือ การปรับกลุ่มเล่นของผู้ลงทุน ซึ่งในประเด็นนี้ในระยะสั้นเป็นไปได้ที่ผู้ลงทุนมีโอกาสหมุนมาลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ซึ่งกลุ่มพลังงานเป็นเพียงกลุ่มเดียวที่สามารถทำผลตอบแทนได้เป็นบวกในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้งนี้เป็นเพราะกลุ่มพลังงานถือได้ว่าฟื้นตัวช้ากว่ากลุ่มอื่นในช่วงไตรมาส1-3 ของปี2020 และเราประเมินว่าการหมุนกลุ่มเล่น(ระยะสั้น)มาจาก2สาเหตุหลักคือ

1.กลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มหุ้นเติบโตปรับตัวขึ้นมาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระดับราคา(Valuation)อยู่ในระดับสูง มีความเสี่ยง/และความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้มากกว่าอุตสาหกรรมอื่น จึงมีการขายเพื่อล็อคกำไรเอาไว้

2.เป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงประเด็นวัคซีน ทำให้คาดการณ์ว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะเริ่มทะยอยกลับมาเป็นปกติส่งผลให้มีการประเมินว่ากลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้จะได้ประโยชน์จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวรวมถึงกลุ่มนี้ยังมีระดับมูลค่า(Valuation) ที่ถูกกว่ากลุ่มเติบโตโดยเปรียบเทียบ

RisingYield_Article_010321_Graph_05

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาถึงความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวจะพบว่ากลุ่มเติบโต กลุ่มเทคโนโลยียังมีความสามารถในการทำไรได้ดี และย้อนหลังไปในอดีตหุ้นกลุ่มเติบโตที่อยู่ในS&P500 สามารถสร้างผลตอบเเทนได้ดีกว่ากลุ่มหุ้นวัฏจักรที่อยู่ในS&P500 สังเกตได้จากกราฟ Growth/Cyclical Ratio ที่เส้นสีแดงชันขึ้นแสดงถึงกลุ่มเติบโตที่สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปี 2020 เราจะพบว่าผู้ลงทุนเวียนกลุ่มเล่นสลับไปมา แต่หลังจากเริ่มมีวัคซีนและความชัดเจนทางด้านการเมืองและการกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯหลังการเลือกตั้ง กลุ่มวัฏจักรสามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าชัดเจน

RisingYield_Article_010321_Graph_06

มุมมองต่อจากนี้

เราประเมินว่าการที่ตลาดปรับฐานลงเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้นที่เราได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรกเราอาจเห็นการปรับฐานได้ประมาณ5-10% แต่เป็นการปรับฐานเพื่อขึ้นต่อ ซึ่งเป็นลักษณะของ Healthy Correction และการปรับฐานของตลาดหุ้นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เป็นปกติในภาวะที่ดัชนีปรับตัวขึ้นมาแรงและมักจะอ่อนไหวเป็นพิเศษเมื่อเจอเหตุการณ์เชิงลบ ดังที่เคยเกิดขึ้นแล้วในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค 2020 โดยเราประเมินว่าปัจจัยที่ยังสนับสนุนให้สินทรัพย์เสี่ยงสามารถเติบโตได้และยังคงน่าสนใจ ในปี 2021 มี 3 ประการ ดังนี้

RisingYield_Article_010321_Graph_07

1.มาตรการทางด้านการเงินและการคลังที่ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัว และการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯจะเริ่มลดลงและนิ่งมากขึ้นหลังงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน1.9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งได้ผ่านสภาคองเกรสไปแล้ว

ล่าสุดทางสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯได้ลงมติอนุมัติงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์แล้ว ซึ่งหลังจากนี้จะมีการส่งต่อให้ทางวุฒิสภาสหรัฐฯได้ลงมติ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่งบประมาณนี้จะได้รับการอนุมัติ เนื่องจากก่อนหน้านี้ สภาคองเกรสให้ความเห็นชอบต่อแนวทางการพิจารณาอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจวงเงิน 1.9 ล้านล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดีโจ ไบเดนแบบฟาสต์แทร็ก โดยใช้แนวทางการจัดทำงบประมาณที่เรียกว่า budget reconciliation ซึ่งจะปูทางให้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสามารถให้การรับรองงบประมาณดังกล่าวด้วยคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่ง แทนที่จะใช้คะแนนเสียง 2 ใน 3 สำหรับการผ่านกฎหมายทั่วไป ทำให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนี้สามารถผ่านสภาคองเกรสโดยไม่จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งคาดว่ากระบวนการอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวจะเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 15 มี.ค. ซึ่งเป็นวันที่มาตรการช่วยเหลือผู้ว่างงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะหมดอายุลง

2.ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนโดยรวมยังออกมาดีโดยเฉพาะกลุ่มเติบโตและกลุ่มเทคโนโลยีที่มีการเติบโตของยอดขายและกำไรออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ รวมถึงมีจำนวนบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานออกมาดีกว่าคาดการณ์ในจำนวนที่มากกว่าบริษัทที่ประกาศผลการดำเนินงานออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งแตกต่างจากปี 2000 ที่ราคาหุ้นปรับตัวจากความคาดหวังแต่ไม่สามารถทำกำไรได้ ทำให้ประเมินว่าการหมุนกลุ่มลงทุนอาจเกิดขึ้นได้ในระยะสั้นแต่จะมาถาวร

RisingYield_Article_010321_Graph_08

3.หากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯปรับตัวขึ้นไปมากกว่านี้(ระดับใกล้2%) เราคาดว่า FED อาจจะมีมาตรการในการทำYield Curve Control โดยใช้วงเงินที่ใช้ทำ QE ในปัจจุบันเข้าซื้อตราสารอายุยาวเพื่อควบคุมไม่ให้ต้นทุนทางการเงินสูงจนเกินไป ซึ่งหากต้นทุนทางการเงินสูงเกินไปอาจส่งผลต่อ Main Street ที่ทางภาครัฐพยายามสนับสนุนในทุกด้านเพื่อให้ภาคเอกชนเหล่านี้สามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.