จับสัญญาณการฟื้นตัวของหุ้นคุณค่า

ในปี 2020 หุ้นคุณค่าได้สูญเสียความนิยมไปให้กับหุ้นสไตล์อื่นที่ดูโดดเด่น เมื่อผู้ลงทุนติดใจแนวโน้มการเติบโตและคุณภาพในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่ากระแสลมกำลังเปลี่ยนทิศ จากการเริ่มใช้วัคซีน COVID ที่ดูพึ่งพาได้ การเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐ และมาตรการผ่อนคลายทางการเงินและการคลังแบบขนานใหญ่ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโลก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้สะท้อนถึงการเตรียมพร้อมในการฟื้นตัวของหุ้นคุณค่า

ในช่วงทศวรรษภายหลังวิกฤตการเงินโลก การลงทุนหุ้นคุณค่าไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากผู้ลงทุนพยายามหลีกเลี่ยงจากการลงทุนที่ต้องใช้ระยะเวลา โดยในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา MSCI Asia ex Japan Value ทำผลงานได้แย่กว่าดัชนี MSCI Asia Ex Japan Growth Index กว่า 38% (ข้อมูลจนถึงสิ้นสุดเดือนตุลาคม) ทำให้เกิดความแตกต่างกันอย่างมากระหว่างการประเมินมูลค่าหุ้นในสองรูปแบบนี้ สถานการณ์ที่พบเห็นได้ยากเช่นนี้ (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเกิน 3 ขึ้นไป) ซึ่งเราพบในปัจจุบันได้รับแรงกระตุ้นจากความโน้มเอียงทางพฤติกรรมของผู้ลงทุน

ผู้ลงทุนในตลาดหุ้นหันมาสนใจเรื่องการเติบโตและคุณภาพในระยะสั้นจนทำให้กลายมาเป็นการลงทุนในสไตล์โมเมนตัม (Momentum Investing) สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ยังคงดำเนินมาตลอดในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และในช่วงล่าสุดที่เศรษฐกิจชะลอตัวจากความกังวลต่อ COVID ผู้ลงทุนก็ได้ขยายขอบเขตความเสี่ยงมามุ่งเน้นที่หุ้นคุณภาพที่มีการเติบโตและมีราคาแพงมาก อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่าสถานะที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีความพร้อมแล้วสำหรับการฟื้นตัวของหุ้นคุณค่า มาคว้าโอกาสที่เกิดขึ้นในตลาดนี้ด้วยการเพิ่มระดับการถือครองสินทรัพย์ลงทุนด้วยผู้จัดการลงทุนหุ้นคุณค่าที่มีวินัยและมีความพร้อมในการไขว่คว้าโอกาสจากการปรับฐานอย่างรุนแรงในตลาดหุ้น

หุ้นคุณค่าทำผลงานได้ดีกว่าถึง 95% ตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา

หากมองย้อนกลับไปในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การลงทุนหุ้นคุณค่า (Value Investing) ในเอเชียยกเว้นตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้สร้างผลงานที่น่าประทับใจ ดัชนี MSCI Asia ex Japan Value Index ทำผลงานได้ดีกว่าดัชนี MSCI Asia ex Japan Growth ถึง 95% ตลอดช่วงเวลาดังกล่าว ดูรูปที่ 1 ผลงานที่ดีกว่าโดยเปรียบเทียบนี้ถือเป็นสิ่งยืนยันได้ดีว่าการลงทุนหุ้นคุณค่าเป็นกลยุทธ์การลงทุนระยะยาวสำหรับตลาดเอเชียยกเว้นญี่ปุ่น และภาพระยะยาวนี้ก็ยังสามารถบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดได้

รูปที่ 1: ผลงานโดยเปรียบเทียบระหว่างหุ้นคุณค่า (Value) และหุ้นเติบโต (Growth) ในตลาดเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น

capturing-the-recovery-in-value-stocks_charts-01

หากแบ่งช่วงเวลาพิจารณาออกเป็นสองทศวรรษ สิ่งที่เราได้เห็นตั้งแต่ปี 2000 จนถึงจุดเริ่มต้นของ GFC (Global Financial Crisis) คือช่วงเวลาที่หุ้นคุณค่าสามารถทำผลงานได้แข็งแกร่งมาก เหตุการณ์ดังกล่าวถูกคาดการณ์ไว้ในช่วงปลายทศวรรษ 1990 เมื่อหุ้นเทคโนโลยีมีมูลค่าสูงเกินไป (นำมาสู่ภาวะฟองสบู่หรือ tech bubble) เนื่องจากผู้ลงทุนมองแต่ด้านบวกโดยไม่ได้ไตร่ตรองให้ดีเกี่ยวกับศักยภาพในอนาคตและไม่สนใจในภาคส่วนอื่นๆ ของตลาด เมื่อฟองสบู่แตกและสถานการณ์คลี่คลายลงในช่วง 10 ปีหลังจากนั้น ผู้ลงทุนเชิงคุณค่าก็ได้สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมกว่าอย่างมีนัยสำคัญเมื่อผลจากความโน้มเอียงที่เกิดขึ้นจากอารมณ์และพฤติกรรมที่ผ่านมาถูกเปิดเผยให้เห็น ขณะหุ้นเติบโตที่มีราคาแพงและได้รับการจัดอันดับที่สูงเกินไปทำผลงานได้ย่ำแย่เมื่อผลประกอบการในอนาคตที่ถูกสร้างภาพไว้สวยหรูไม่สามารถเป็นจริงได้

ช่วงเวลาอันโดดเด่นของการทำผลงานที่เหนือกว่าของหุ้นคุณค่านี้ได้สิ้นสุดลง และถดถอยเมื่อสิ้นสุดช่วง Global Financial Crisis (GFC) ในทศวรรษถัดมา ผู้ลงทุนทุกหนแห่งต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤตเมื่อตลาดดิ่งลงแรง ผู้คนตกงาน สูญเสียความเป็นอยู่ เสียเงินบำนาญ เงินออม ทิ้งความเจ็บปวด ความเจ็บใจ เป็นห้วงอารมณ์แห่งความสูญเสียที่ยังคงวนเวียนอยู่กับพวกเขาในช่วงหนึ่งทศวรรษหลังจากนั้น ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้ลงทุนไม่มีความต้องการที่จะลงทุนระยะยาวอีกต่อไป แต่ในขณะเดียวกันกับที่เอเชียยังเป็นแหล่งลงทุนของพวกเขา ผู้ลงทุนเหล่านี้ยังต้องการเป็นเจ้าของบริษัทที่มีชื่อเสียง เป็นที่ชื่นชอบ และมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์จากหลายๆ สำนัก เป็นหุ้นที่มีคุณภาพสูงและมีเสถียรภาพซึ่งช่วยให้พวกเขานอนหลับได้อย่างเต็มอิ่มในเวลากลางคืน ในขณะเดียวกัน โอกาสในการเติบโตที่เกิดขึ้นจากกระแสความต้องการก็เป็นจุดน่าดึงดูดที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ลงทุนที่มองหาศักยภาพในการเติบโต ราคาที่พวกเขาจ่ายสำหรับการลงทุนเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งที่น่ากังวลนัก เมื่อธนาคารทั่วโลกต่างนำเสนอ "เงินที่ไม่มีต้นทุน” หรือ free money ด้วยอัตราดอกเบี้ยที่อยู่บวกลบใกล้เคียงกับศูนย์เปอร์เซนต์ ดังนั้น หุ้นเติบโตที่มีคุณภาพและกลายมาเป็นหุ้นโมเมนตัม สามารถทำผลงานที่ดีกว่าในช่วงเวลาดังกล่าว โดยปล่อยทิ้งให้หุ้นคุณค่าตามอยู่ข้างหลัง ในช่วงเวลาดังกล่าวทำให้มูลค่าหุ้นในเชิงเปรียบเทียบเข้ามาอยู่ในขอบเขตที่ไม่เคยมีใครรู้จักมาก่อน เมื่อหุ้นเติบโตคุณภาพดีมีราคาแพงมาก ขณะหุ้นคุณค่ายังคงมีราคาถูกและไม่ได้เป็นที่นิยม ดูรูปที่ 2

รูปที่ 2: มูลค่าโดยเปรียบเทียบของหุ้นเติบโต (Growth) กับหุ้นคุณค่า (Value) ในตลาดเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นอยู่ในระดับที่มีราคาแพงที่สุด

capturing-the-recovery-in-value-stocks_charts-02

เมื่อถึงต้นปี 2020 มีสัญญาณว่าเศรษฐกิจโลกและหลายๆ ภูมิภาคของเอเชียได้เริ่มเห็นสัญญาณการฟื้นตัวและมีความสนใจในหุ้นคุณค่า อย่างไรก็ตาม COVID-19 ที่สร้างผลกระทบแบบไม่คาดฝันกลับได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง ผลกระทบจากการระบาดและการดิ่งลงของตลาดหุ้นอย่างรวดเร็วทำให้ผู้ลงทุนกลับเข้าหาแหล่งปลอดภัยและมีเรื่องราวการเติบโตที่น่าพอใจ ทำให้หุ้นเหล่านั้นกลับมาติดลมบนและมูลค่าหุ้นเปรียบเทียบระหว่างหุ้นถูกและแพงมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเข้าใกล้ 4 ดูรูปที่ 3 การที่ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ไม่แน่นอน การระบาดระลอกที่สองและสามของ COVID-19 และความกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจ ผู้ลงทุนจึงยังไม่ถูกกลลวงให้เปลี่ยนจากกลยุทธ์เน้นการเติบโตและคุณภาพที่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเมื่อเร็วๆ นี้

รูปที่ 3: การกระจายตัวของมูลค่าหุ้นในตลาดเอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น

capturing-the-recovery-in-value-stocks_charts-03

กระแสลมกำลังเปลี่ยน

ภายใต้สภาวะการกระจายตัวของมูลค่าหุ้นที่แตกต่างกันอย่างมากในตลาดหุ้น Emerging Market ในตอนนี้ผู้ลงทุนต้องเผชิญกับแนวโน้มที่มีความแตกต่างกันออกไปในทศวรรษต่อจากนี้

เราได้เห็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่หุ้นคุณค่าทั่วโลกและได้เห็นการทำผลงานระยะสั้นที่โดดเด่นกว่าสำหรับหุ้นคุณค่า ในขณะที่เราชอบการที่สามารถชี้ไปยังจุดข้อมูลหรือหลักฐานแบบเฉพาะเจาะจงได้อย่างมั่นใจซึ่งเป็นการยืนยันถึงการกลับเข้าสู่สภาวะปกติของมูลค่าหุ้นที่กระจายตัวและเพื่อให้หุ้นคุณค่ามีผลงานที่โดดเด่นนับจากนี้ แต่ความเป็นจริงก็คือการจับจังหวะเวลานั้นได้รับการพิสูจน์มาหลายครั้งแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไร้ประโยชน์ อย่างไรก็ตาม เราเชื่อว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญหลายประการในปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจมหภาคและการเมืองทั่วโลก ซึ่งทำให้เกิดเงื่อนไขที่เอื้อเป็นอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของความเชื่อมั่นผู้ลงทุนและกระบวนการกลับสู่สภาวะปกติให้สามารถดำเนินต่อไป

ประการแรกและสำคัญที่สุดก็คือการประสบความสำเร็จในการเปิดตัววัคซีน COVID-19 โดยก่อนที่จะมีข่าววัคซีนที่มีประสิทธิภาพ การวางสถานะของผู้ลงทุนได้สะท้อนให้เห็นถึงตัวขับเคลื่อนที่มีอิทธิพลสูงสุดด้านอารมณ์ทำให้เกิดการกำหนดราคาที่ผิดพลาดซึ่งได้แก่ความกลัว แต่ตอนนี้ผู้ลงทุนเริ่มเชื่อว่ามีแสงสว่างปลายอุโมงค์และยังได้รับการสนับสนุนให้เปลี่ยนความสนใจไปที่มูลค่าสินทรัพย์ที่ตนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่แค่มองในเรื่องคุณภาพและแนวโน้มการเติบโต พร้อมกับยอมปล่อยให้มีระยะเวลาการลงทุนที่สมเหตุสมผลมากขึ้น นี่จึงเป็นข้อสนับสนุนต่อหุ้นคุณค่า

ประการที่สอง เมื่อสภาพแวดล้อมทางการเมืองทั่วโลกมีความผันผวนและมีความไม่แน่นอนเป็นอย่างมากในการเลือกตั้งสหรัฐในปี 2020 ผู้ลงทุนทั่วโลกต่างได้เลื่อนการตัดสินใจออกไป แต่ด้วยตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐที่มีวุฒิสภาและสภาผู้แทนที่ถูกแบ่งเป็นสองขั้ว เรามีแนวโน้มที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีความผันผวนทางการเมืองลดลง การกลับเข้าสู่วิถีทางการทูต และการสร้างความประหลาดใจที่ลดน้อยลงบนพาดหัวข่าวเมื่อเทียบกับช่วงตลอด 5 ปีที่ผ่านมา มีโอกาสน้อยที่พรรคเดโมแครตจะดำเนินการปฏิรูปทางการคลังแบบสุดโต่ง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศก็มีแนวโน้มที่จะสงบลง ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่น้อยลงและความผันผวนของนโยบายที่ลดลงยังเป็นปัจจัยสนับสนุนต่อหุ้นคุณค่าในเอเชียอีกด้วย

ประการสุดท้าย เราต้องไม่ลืมว่ารัฐบาลทั่วโลกต่างให้การสนับสนุนทางการเงินและการคลังแบบประสานกันครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้นในยุคปัจจุบัน การที่อัตราดอกเบี้ยต่ำทั่วโลกได้กระตุ้นกิจกรรมการระดมทุนให้ขยายตัวขึ้นมาก เงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงโดยเปรียบเทียบและแนวโน้มเงินเฟ้อที่ค่อนข้างอ่อนแรง ทำให้ภาพเบื้องหลังด้านเศรษฐกิจมหภาคดูจะเป็นปัจจัยหนุนอย่างมากสำหรับตลาดหุ้นในเอเชียนับตั้งแต่นี้ โดยเฉพาะการเป็นสภาวะที่เอื้อต่อหุ้นคุณค่า

จับสัญญาณการฟื้นตัว

เราเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดในการคว้าโอกาสในการลงทุนนี้คือการวางสถานะที่ปราศจากการปรุงแต่งในกลยุทธ์หุ้นคุณค่าที่แท้จริง ปรัชญาหุ้นคุณค่าของ Eastspring ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 25 ปีที่แล้วในเอเชียและเรายังคงสังเกตเห็นอารมณ์ของผู้ลงทุนและความโน้มเอียงทางพฤติกรรมเป็นสิ่งบิดเบือนการตัดสินใจลงทุน ส่งผลให้ผู้ลงทุนจ่ายแพงเกินไปเพื่อแลกกับการเติบโตและการรับรู้ได้ในเรื่องคุณภาพจากการมุ่งเน้นไปยังอดีตที่ผ่านมาและการคาดการณ์อนาคตอันใกล้ ปรากฏการณ์นี้ได้ก่อให้เกิดสภาวะการกำหนดราคาที่ไม่เหมาะสมซึ่งเราพยายามหาประโยชน์จากสิ่งที่เกิดขึ้น

แนวทางการลงทุนเชิงคุณค่าอย่างมีวินัยของเราได้อาศัยทีมผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์มาหารือถกกันถึงโอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุดซึ่งคัดเลือกจากกลุ่มหุ้นที่ถูกที่สุดในเอเชีย การออกแบบเช่นนี้หมายความว่าเรากำลังพูดคุยและลงทุนในหุ้นที่คนอื่นไม่ได้แสวงหา ลงทุนในบริษัทที่มีสัญญาณด้านมูลค่าที่เกิดขึ้นจากความกังวลของผู้ลงทุนต่อปัจจัยลบในระยะสั้นและการที่ยังไม่มีความต้องการของผู้ลงทุนรายอื่นที่จะเข้ามาลงทุนในระยะกลาง

แนวทางการลงทุนเชิงคุณค่าอย่างมีวินัยของเราได้อาศัยทีมผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์มาหารือถกกันถึงโอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุดซึ่งคัดเลือกจากกลุ่มหุ้นที่ถูกที่สุดในเอเชีย การออกแบบเช่นนี้หมายความว่าเรากำลังพูดคุยและลงทุนในหุ้นที่คนอื่นไม่ได้แสวงหา ลงทุนในบริษัทที่มีสัญญาณด้านมูลค่าที่เกิดขึ้นจากความกังวลของผู้ลงทุนต่อปัจจัยลบในระยะสั้นและการที่ยังไม่มีความต้องการของผู้ลงทุนรายอื่นที่จะเข้ามาลงทุนในระยะกลาง

ผู้ลงทุนเริ่มมองไปยังหุ้นที่มีศักยภาพในการเติบโตของผลประกอบการในระยะกลางและตระหนักว่ามีราคาถูกเพียงใด ซึ่งเป็นการสนับสนุนสิ่งที่เราได้นำเสนอแนวทางลงทุนเชิงคุณค่า เราเชื่อว่าไม่มีเวลาอื่นเหมือนเช่นในปัจจุบันอีกแล้วที่จะเป็นโอกาสในการเข้าลงทุนเชิงคุณค่า

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.