จีนบนฐานการผลิตที่ก้าวล้ำ สู่ยุคใหม่แห่งการเติบโต

วัฒนธรรมการประกอบกิจการของชาวจีน การเป็นตลาดของผู้ซื้อปลายทางที่มีขนาดใหญ่ และมีห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง ต่างก็เป็นปัจจัยเฉพาะที่จะช่วยพัฒนาส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมของรัฐบาลทำให้เรามีมุมมองทางด้านบวกว่าบริษัทจีนหลายๆ แห่งจะสามารถผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกในหลายกลุ่มอุตสาหกรรมได้ในอนาคต

Eastspring China

ความต้องการของจีนที่แสดงผ่านที่ประชุมคณะกรรมการกลางแห่งพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อเดือนตุลาคม 2020 เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตในประเทศ เกิดขึ้นท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างสหรัฐกับจีนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในระยะแรกของการระบาดใหญ่นั้นได้สร้างความเสียหายอย่างมหาศาลในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกและทำให้เกิดคำถามทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่ว่ามีความจำเป็นต้องตั้งโรงงานผลิตในภูมิภาคที่อยู่ใกล้เคียงหรือไม่ ซึ่งในช่วงเวลานั้นฝ่ายบริหารภายใต้ประธานาธิบดีทรัมป์สามารถผลักดันมาตรการตอบโต้ทางการค้าได้สำเร็จ โดยสั่งให้หยุดการใช้ชิปและอุปกรณ์ด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะของจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการสร้างเครือข่ายโทรคมนาคมระบบ 5G เหตุการณ์นี้จึงเข้ามาสกัดความพยายามในการเร่งสร้างเครือข่าย 5G ของจีนที่ต้องสะดุดลง

ความได้เปรียบที่อยู่ในเงื้อมมือจีน

ในขณะที่จีนพยายามยกระดับอุตสาหกรรมการผลิตของตน ก็มีปัจจัยหลายประการที่ช่วยหนุนให้เกิดผลดี นั่นเพราะมีเพียงไม่กี่ประเทศทั่วโลกที่สามารถสร้างสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ที่น่าเชื่อถือออกมาได้อย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาจะยังคงมีสัดส่วนการยื่นขอจดสิทธิบัตรทั่วโลกมากที่สุด ที่ 26% และ 19% ตามลำดับ แต่สัดส่วนของจีนก็เพิ่มขึ้นจากที่อยู่เกือบศูนย์ในปี 2005 มาเป็น 10% ในปี 2018 ซึ่งเป็นสัดส่วนสอดคล้องกับเยอรมนี1

ในขณะเดียวกัน วัฒนธรรมด้านการประกอบกิจการของชาวจีนซึ่งสามารถวัดผ่านทัศนคติที่มีต่อเรื่องความเสี่ยงของผู้ประกอบการ ก็พบว่ามีน้ำหนักอยู่มากในมุมมองของประชาชนในประเทศ ดูรูปที่ 1 โดยจากข้อมูลในอดีตนั้นชี้ว่าวัฒนธรรมด้านการประกอบกิจการที่มีอิทธิพลสูงนั้นจะมีความสัมพันธ์กับการก่อตั้งสตาร์ทอัพ ยูนิคอร์น และศูนย์กลางด้านเทคโนโลยี (tech-hubs) ในประเทศอื่นๆ

รูปที่ 1 : แนวโน้มด้านทัศนคติที่มีต่อความเสี่ยงของผู้ประกอบการ แยกเป็นรายประเทศ (2008 - 2020)

china-advancing-manufacturing-for-a-new-era-chart-01

จีนยังได้รับประโยชน์จากการเป็นตลาดผู้ซื้อปลายทางที่มีขนาดใหญ่ (ซึ่งช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย) และมีระบบนิเวศด้านซัพพลายเชนที่แข็งแกร่ง ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานที่ถูกพัฒนามาเป็นอย่างดี รูปที่ 2 แสดงให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของอุตสาหกรรมการผลิตของจีนที่สามารถนำเสนอเทคโนโลยีที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับประเทศตลาดเกิดใหม่ซึ่งมีต้นทุนต่ำ และในขณะเดียวกันจีนก็นับเป็นตัวเลือกที่มีต้นทุนต่ำกว่าเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว

รูปที่ 2 : ค่าสัมประสิทธิ์ระดับความชำนาญด้านการค้าในตลาดโลก เมื่อเทียบกับ GDP ต่อหัว

china-advancing-manufacturing-for-a-new-era-chart-02

ความสามารถของจีนในการเพิ่มส่วนแบ่งในตลาดส่งออกในช่วงที่เกิดการระบาดของ COVID-19 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานในประเทศ จีนนั้นมีส่วนแบ่งการส่งออกทั่วโลกถึง 17.2%2 2020 และมีรายงานว่าสามารถทำสถิติสูงสุดได้ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2020 โดยได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์ด้านการดูแลสุขภาพและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีทั่วโลก3และถ้าดูตัวเลขทั้งปี 2020 พบว่าการส่งออกของจีนยังขยายตัว 3.6% yoy และการเกินดุลการค้าเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี (585 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในขณะเดียวกัน ความสามารถในการแข่งขันของจีนในอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์โทรคมนาคมได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและเป็นตัวอย่างในการสร้างแผนกลยุทธ์สำหรับอุตสาหกรรมอื่นที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้มากขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้บริษัทอุตสาหกรรมบางรายที่อยู่ภายในห่วงโซ่อุปทานโรงงานอัตโนมัติ (Factory Automation) ได้ชี้ให้เห็นว่าระบบอัตโนมัติในโรงงานที่อยู่ต้นทางกำลังเกิดขึ้นแล้วในประเทศจีน โดยส่วนหนึ่งได้รับความช่วยเหลือจากมาตรการเร่งทดแทนการนำเข้าและการเพิ่มขึ้นของแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้า4

การปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0

ความปรารถนาของทางการจีนในการยกระดับมูลค่าเพิ่มและคุณภาพผลผลิตอุตสาหกรรมของประเทศอาจไม่มีช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมมากไปกว่าช่วงเวลานี้แล้ว เนื่องจากเรากำลังอยู่ในช่วงระยะกลางของการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่

ความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจนั้นเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นและแย่ลงในแต่ละครั้งของการปฏิวัติอุตสาหกรรมที่มีความแตกต่างกัน โดยในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งแรก สังคมชนบทและเกษตรกรรมได้ผันตนเองเข้าสู่เศรษฐกิจอุตสาหกรรมและความเป็นเมือง ด้วยการใช้พลังไอน้ำและน้ำเพื่อใช้ในการผลิตด้วยเครื่องจักรกล ส่วนในการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 2 ประเทศต่างๆ ได้ใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อการผลิตสินค้าในจำนวนมาก โดยในช่วงทศวรรษที่ 1960 และ 1970 ญี่ปุ่นและเยอรมนีได้ย้ายอุตสาหกรรมเบา สิ่งทอ และอุตสาหกรรมแปรรูปที่ใช้แรงงานจำนวนมากไปยัง 4 ประเทศดาวรุ่งแห่งเอเชีย หรือที่เรียกว่า Four Asian Dragons (ฮ่องกง เกาหลีใต้ สิงคโปร์ และไต้หวัน) รวมถึงบางประเทศในละตินอเมริกา ก่อนมาถึงทศวรรษที่ 1980 ที่ประเทศพัฒนาแล้วเช่นยุโรป สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ตลอดจนประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในเอเชีย (รวมทั้งสี่ประเทศดาวรุ่ง) ก็ได้ย้ายอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานมากและเทคโนโลยีต่ำไปยังประเทศกำลังพัฒนาอย่างเช่นจีน และจากนั้นเป็นต้นมาจีนก็ได้กลายมาเป็นประเทศที่เรียกว่า "โรงงานของโลก"

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ข้อได้เปรียบจากเรื่องโครงสร้างประชากรของจีนได้ลดลง ค่าแรงเพิ่มขึ้น และมีมาตรการภาษีนำเข้าเพื่อตอบโต้การทุ่มตลาด จึงทำให้อุตสาหกรรมสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ ยางรถยนต์

และผลิตภัณฑ์แปรรูปเพื่อการค้าอื่นๆ ได้ย้ายไปยังเวียดนาม อินเดีย ไทย กัมพูชา และประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ได้นำพาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ Internet of Things การพิมพ์ 3 มิติ และปรากฏการณ์เชิงควอนตัม (Quantum Computing ซึ่งเราเชื่อว่าจีนจะสามารถใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นใหม่ๆ เหล่านี้เพื่อยกระดับคุณภาพและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมการผลิตของตน

ปรากฏการณ์ใหม่ของ “Made in China”

ในปี 2020 รัฐบาลจีนได้ออกมาตรการอุดหนุน การให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี และสนับสนุนสินเชื่อให้แก่แหล่งเป้าหมาย เพื่อช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์ ยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles) 5G แผงวงจรรวมของกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ บริการและเครื่องมือทางการแพทย์ และอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยตัวอย่างมาตรการสนับสนุนนั้นรวมถึงมูลค่าเงินอุดหนุนกว่า 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐที่มอบให้แก่บริษัทผลิตชิปหรือที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ บรรดามหาวิทยาลัยชั้นนำในจีนก็ได้ยกระดับหลักสูตรทางวิศวกรรมของตนด้วยเช่นกัน

ในเดือนมีนาคม 2020 รัฐบาลจีนได้ขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีและการอุดหนุนสำหรับยานยนต์พลังงานใหม่ (ไฮบริดและไฟฟ้า) ออกไปอีกสองปี โดยในปี 2020 สำนักงานบริหารพลังงานแห่งชาติของจีน (NEA) และคณะกรรมการการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) ได้ยืนยันว่าจะใช้งบประมาณมากกว่า 360 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนและสร้างงาน 13 ล้านตำแหน่งในภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ระหว่างบริษัท สถาบันวิจัย มหาวิทยาลัย และสถาบันทางการแพทย์ เพื่อยกระดับนวัตกรรม ลดขั้นตอนในการวิจัยและพัฒนา และเร่งกระบวนการแปรสภาพให้เป็นอุตสาหกรรมสำหรับอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งถ้าดูเฉพาะกลุ่มการแพทย์เพื่อความงามจะพบว่าบริษัทในประเทศที่มีขนาดใหญ่ 3 อันดับแรกสามารถครองสัดส่วนตลาด Hyaluronic Acid filler ในประเทศจีนไปแล้วถึง 42.4%

เราคาดว่ารัฐบาลในระดับมณฑล จังหวัด และท้องถิ่น จะขยายการสนับสนุนด้านนโยบายเพิ่มเติมและส่งเสริมให้มีการใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาในอุตสาหกรรมที่สำคัญๆ มากขึ้น เรายังคงมองหาโอกาสในกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานใหม่ ระบบอัตโนมัติในภาคอุตสาหกรรม เครื่องจักรเพื่อการก่อสร้าง อุปกรณ์ทางการแพทย์ รถยนต์ และเครื่องใช้ในบ้าน ด้วยมุมมองในด้านบวกว่าบริษัทจีนหลายๆ แห่งจะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำระดับโลกได้ในอนาคต

บทความนี้เป็นบทความที่สามจากทั้งหมดหกบทความใน Eastspring’s 2021 Asian Expert Series โดยในซีรีส์ใหม่ซึ่งมุ่งเน้นไปยังประเทศจีน ทีมการลงทุนของเราได้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายที่จีนกำลังเผชิญในช่วงเวลาเดียวกับที่มีการเปิดเผยแผนห้าปีฉบับที่ 14

คลิกที่นี่ เพื่ออ่านบทความอื่นๆ ของเราใน Asian Expert Series

Sources:
1 http://www3.weforum.org/docs/WEF_TheGlobalCompetitivenessReport2020.pdf
2 Bloomberg Economics.
3 Spokesperson for the General Administration of Customs.
4 Greater China - Factory Automation. Solid Factory Automation industry demand, upward trend to sustain into 2H2. Bank of America. 8 January 2021.

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.