มุ่งมั่นเพื่อคว้าเงินปันผลในเอเชีย

การที่หุ้นปันผลกลับมาได้รับความนิยมถือเป็นเรื่องที่น่าแปลกใจเล็กน้อย ภายหลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรซึ่งเคยให้กระแสรายได้สูงกว่าเงินปันผลจากหุ้น แต่ปัจจุบันกลับลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมาก และแม้แต่กลายมาเป็นติดลบสำหรับพันธบัตรรัฐบาลของหลายๆ ประเทศ การที่อัตราผลตอบแทนในหุ้นสร้างกระแสรายได้ที่มีความมั่นคงจึงดูน่าสนใจมากเป็นพิเศษในตอนนี้

อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีของรัฐบาลเยอรมันเป็นเพียงแค่ตัวอย่างเดียว ในขณะนี้อัตราผลตอบแทนอยู่ที่ -0.6%; เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนี MSCI เอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น ซึ่งมีอัตราเงินปันผลตอบแทนอยู่ที่ 3.1% (รูปที่ 1) ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลกเช่นนี้ ทำให้หุ้นที่จ่ายเงินปันผลกลับเข้ามาอยู่ในความสนใจ แต่ในเอเชียกลับถูกมองข้าม?

รูปที่ 1 : อัตราเงินปันผลตอบแทนของหุ้นที่อยู่ในดัชนี MSCI เอเชียแปซิฟิกไม่รวมญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในบางประเทศ (%)1

dividend-digging-in_img1

ใสิ่งที่รับรู้ได้ก็คือ เอเชียไม่จ่ายเงินปันผลที่ดี และนำไปสู่ข้อถกเถียงที่ว่าเพราะเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการเติบโต ซึ่งหุ้นเติบโต หรือ Growth Stocks ไม่จ่ายเงินปันผล ใช่หรือไม่? คำตอบ คือ ไม่ ดังที่แสดงในรูปที่ 2 ซึ่งไม่รวมออสเตรเลียและระบบการชดเชยภาษีเงินปันผลที่พัฒนาไปมากแล้วของที่นั่น พบว่าเอเชียเป็นภูมิภาคที่มีการจ่ายเงินปันผลมากที่สุดในโลก ถ้าดูในรูปสัดส่วนหรือคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ที่อยู่ในผลตอบแทนของดัชนี

รูปที่ 2 : อัตราผลตอบแทนรวม (รวมเงินปันผล) และผลตอบแทนราคาหุ้น (ไม่รวมเงินปันผล) แยกตามภูมิภาค2

dividend-digging-in_img2

มีเหตุผลหลายประการสำหรับเรื่องนี้ ซึ่งไม่ใช่ทั้งหมดที่นักลงทุนทั่วโลกอาจเห็นคุณค่า ข้อแรก บริษัทในเอเชียถือเงินสดไว้จำนวนมากอยู่ในงบดุลหลังจากขยายกิจการมานานหลายปี ซึ่งนำไปสู่แรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่ต้องการจะทำอะไรบางอย่างกับเงินก้อนนี้ ซึ่งทางเลือกหนึ่งก็คือการซื้อกิจการ แต่ด้วยราคาที่สูงและนโยบายปกป้องอุตสาหกรรมของแต่ละประเทศ จึงไม่สามารถทำได้เสมอไป

จึงกลายเป็นเหลือเพียงการซื้อหุ้นคืนซึ่งเป็นที่นิยมในสหรัฐอเมริกา หรือการจ่ายเงินปันผลซึ่งเป็นที่ชื่นชอบในเอเชีย เงินปันผลที่ได้รับความนิยมในเอเชียนั้นเนื่องจากบริษัทในภูมิภาคนี้มีความต้องการที่จะรักษาระดับการก่อหนี้ที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับตลาดคู่ค้าซึ่งเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ในขณะที่พวกเขายังต้องการรักษาระดับรายจ่ายเพื่อการลงทุน (capex) และงานวิจัยและพัฒนา (Research & Development) ตลอดจนรักษาระดับเงินสดไว้ค่อนข้างสูงเพื่อรองรับการพลิกผันของสภาวะเศรษฐกิจ

ผลที่ได้ก็คืออัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลในภูมิภาคนั้นสูงขึ้น เอเชียยังเป็นที่ตั้งของหลายบริษัทที่มีการจ่ายเงินปันผลสูงที่สุด ซึ่งในรายที่จ่ายสูงสุด - China Mobile - ในปี 2018 บริษัทได้กระจายเงินจำนวน 9 พันล้านเหรียญสหรัฐสำหรับจ่ายปันผล

ในความเป็นจริง เอเชียเปี่ยมไปด้วยเรื่องของคุณภาพที่สูง การบริหารจัดการที่ดี บริษัทที่มั่นคงซึ่งจ่ายเงินปันผลเป็นประจำให้แก่ผู้ถือหุ้น และนักลงทุนผู้ต้องการรายได้ที่สม่ำเสมอ ซึ่งพวกเขาจะรอให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น หากเป็นหุ้นหรือกองทุนที่ลงทุนในบริษัทที่จ่ายเงินปันผล

แนวโน้มระยะยาวช่วยหนุนกระแสการลงทุนเพื่อรับปันผล

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาตั้งแต่วิกฤตการณ์การเงินโลกปี 2008 หุ้นสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งในด้านผลตอบแทนราคาหุ้น และเงินปันผลที่เพิ่มขึ้น และดังที่กล่าวมาก็คือสถานการณ์สร้างเงินสดจำนวนมหาศาลอยู่ในงบดุลของบริษัท ดังนั้น จึงอาจทำให้เกิดการคาดการณ์ได้ว่าหากตลาดหุ้นโลกเข้าสู่ภาวะตกต่ำแล้ว เงินสดจะเริ่มหดตัวลง เช่นเดียวกับการจ่ายเงินปันผลที่จะลดลงตามไปด้วย

แต่เพื่อทำการโต้เถียงในเรื่องนี้ ในระยะยาวยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่สามารถทำให้การจ่ายเงินปันผลอยู่ในระดับคงที่หรือแม้แต่จะเพิ่มขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าหากกวาดตาดูในภาพกว้าง และไม่ลงลึกจนเกินไป มีอยู่เรื่องหนึ่ง ก็คือ การเปลี่ยนแปลงของประชากรในเอเชีย นั่นหมายความว่า คนรุ่นก่อนจะต้องได้รับสิ่งอันเป็นผลมาจากการลงทุนในวันนี้ และช่องทางสำหรับการลงทุนในตลาดหุ้น ก็คือ การจ่ายเงินปันผลเป็นเงินสด

เราได้เห็นแล้วถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ที่เกิดขึ้นในเอเชีย – นั่นคือ เกาหลี สำหรับผู้ที่ผ่านศึกสงครามและผู้ที่เป็นม่ายจากสงครามเกาหลีในช่วงต้นทศวรรษ 1950 ในขณะนี้ได้เกษียณอายุและมีค่ารักษาพยาบาล ค่าที่อยู่อาศัยที่ต้องจ่าย นั่นหมายถึง เงินรายได้พิเศษซึ่งมาจากตลาดหุ้น หลังผ่านยุคแห่งการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมในช่วงปี 1980 และ 90s บริษัทที่มีการเติบโตสูงในช่วง 20-30 ปีที่แล้ว ในตอนนี้ได้จ่ายเงินออกมาในรูปของเงินปันผลให้แก่กองทุนของรัฐ

และในอนาคตเราคาดหวังต่อหน่วยงานที่ดูแลด้านบำนาญของเกาหลี (National Pension Service) ซึ่งเป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในตลาดหุ้นของประเทศ และการปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลปี 2018 จะเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับการปฏิรูปด้านการกำกับดูแลกิจการ และเพิ่มการจ่ายเงินปันผล ซึ่งอย่างน้อยให้เป็นไปตามมาตรฐานในระดับภูมิภาค

แนวโน้มเช่นเดียวกันนี้ยังเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ แม้ว่าจะมีเหตุผลที่แตกต่าง แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนกัน: สิงคโปร์เป็นหนึ่งในผู้ที่จ่ายเงินปันผลสูงที่สุดในเอเชีย และมีแนวโน้มว่าจะดำเนินต่อไป การเปลี่ยนแปลงทางประชากรในเกาหลีมีแนวโน้มสะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในจีนและที่อื่นๆ ทั่วเอเชีย เราจึงมองแนวคิดที่เชื่อว่าเอเชียจะเป็นศูนย์กลางการจ่ายเงินปันผลซึ่งน่าจะยังคงดำเนินต่อไป

อะไรทำให้หุ้นปันผลดี

ไม่ใช่ว่าหุ้นทุกตัวจะจ่ายเงินปันผล จากจุดเริ่มต้นซึ่งเป็นความจริงที่ว่า หลายบริษัทในเอเชียยังคงอยู่ในช่วงของการเติบโตสูงและบริษัทเหล่านั้นต้องการที่จะนำเงินทุนกลับมาใช้ประโยชน์ในธุรกิจของตนเพื่อกระตุ้นการเติบโตในอนาคต ในกรณีนี้ผู้ลงทุนต้องพึ่งพาส่วนต่างจากราคาหุ้นเพื่อรับรู้กำไร

อย่างไรก็ตาม หากเอเชียเต็มไปด้วยบริษัทที่จ่ายเงินปันผลดีๆ คำถามต่อไปนี้ น่าจะชัดเจนกว่า ว่าอะไรทำให้หุ้นจ่ายปันผลได้ดีในเอเชีย?

ประการแรก เริ่มต้นด้วย ผู้ลงทุนควรมองหาการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืน ซึ่งหมายถึง บริษัทที่มีรายได้ที่มั่นคงจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้บริษัทในกลุ่มสาธารณูปโภคจึงมักถูกอ้างถึงเป็นตัวอย่างที่ดี และนี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเอเชียด้วยเช่นกัน

ประการที่สอง ความแข็งแกร่งของงบดุล คำจำกัดความของเรื่องนี้มีหลายระดับด้วยกันและต้องการ “การเจาะลึก” เข้าไปในบัญชีของบริษัท ผู้ลงทุนควรตั้งคำถามว่า สินทรัพย์ระยะสั้นของบริษัทสามารถชำระหนี้สินในระยะสั้นได้หรือไม่ หรือ บริษัทมีหนี้สินส่วนเกินเมื่อเทียบกับส่วนของผู้ถือหุ้นหรือไม่ โดยทั่วไปหุ้นที่จ่ายปันผลจะมีสถานะเงินสดสูงและระดับหนี้ต่ำ และ/หรือ รายจ่ายเพื่อการลงทุนต่ำ แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนและผู้ลงทุนต้องระมัดระวังไม่ตัดการลงทุนออกจากบริษัท

เหตุเพราะมีรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่ควรตรวจสอบเสมอว่าการจ่ายเงินปันผลนั้นจะมีความยั่งยืนต่อไปในอนาคตหรือไม่ และเพื่อจะเป็นเช่นนั้น บริษัทจึงมีความจำเป็นที่ต้องมีงบดุลที่แข็งแกร่งและมีเสถียรภาพ

ประการที่สาม ติดตามจากเรื่องต่อไปนี้ : บริษัทโดยทั่วไปจะต้องมีอัตราผลตอบแทนของกระแสเงินสดอิสระ (free cashflow) ที่แข็งแกร่ง ซึ่งหมายความว่าบริษัทสามารถสร้างยอดขายที่ทำให้เกิดเงินสดในธนาคาร และไม่พึ่งพาสินทรัพย์ในงบดุลอื่นๆ เช่น 'สินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้' จากการมีแบรนด์ที่แข็งแกร่ง หรือการชำระเงินที่เลื่อนกำหนดการจ่ายออกไป ซึ่งอาจทำให้เกิดความผันผวนในการบันทึกกระแสเงินสด

ประการที่สี่ ดูว่าบริษัทนั้นๆ มีประวัติที่ดีในการเพิ่มการจ่ายเงินปันผลหรือไม่? ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะถือเป็นตัวเลือกที่แข็งแกร่งที่น่าจะยังคงเป็นอย่างนั้นต่อไปในอนาคต และในทางกลับกัน หากบริษัทมีประวัติการปรับลดการจ่ายเงินปันผล ผู้ลงทุนก็ควรต้องรีบเข้าไปตรวจสอบอย่างจริงจังว่า ทำไมบริษัทจึงถูกบีบให้ตัดเงินปันผล

หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่หุ้นบางประเภทจะผันตัวเองขึ้นมาเป็นหุ้นที่จ่ายเงินปันผลดี หุ้นสาธารณูปโภคหรือโทรคมนาคมต่างก็มีรายรับเป็นเงินสดที่มั่นคง และเป็นบริษัทที่เติบโตมาพร้อมกับประวัติการจ่ายเงินปันผลอย่างยาวนานและรายจ่ายเพื่อการลงทุนที่สามารถคาดการณ์ได้ (ด้วยเหตุผล) เช่นเดียวกับธนาคารและบริษัทประกันที่มีกระแสรายได้ค่อนข้างแน่นอน ทำให้สามารถจ่ายเงินปันผลได้อย่างสม่ำเสมอ แต่อาจไม่น่าประทับใจเสมอไป ในขณะที่หุ้นอสังหาริมทรัพย์ก็มีรายได้ที่สม่ำเสมอจากผู้เช่า

แต่ยังมีบริษัทที่จ่ายเงินปันผลแต่อาจเห็นได้ไม่ชัดนักในตลาดเอเชียและผู้ลงทุนอาจไม่ได้ตระหนัก บริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเช่น Sinopec หรือ China Merchants Port มีประวัติอัตราเงินปันผลตอบแทนที่สูงกว่า 5% และบริษัทฮาร์ดแวร์ทางด้านเทคโนโลยี เช่น Catcher, Lenovo และ Samsung Electronics ล้วนแต่เคยสร้างสถิติการจ่ายเงินปันผลที่สูงกว่าระดับมาตรฐานมาแล้ว

เซ็กเตอร์เหล่านี้ไม่ใช่บริษัทที่มีลักษณะแบบดั้งเดิมที่จ่ายเงินปันผลดีมาแต่ในอดีต แต่ที่นี่ ในเอเชีย บริษัทเหล่านี้กำลังพิสูจน์ในจุดที่ว่าหากผู้ลงทุนใช้พลังในการหาเพิ่มเติมอีกเพียงเล็กน้อย ก็จะพบกับผู้ที่จ่ายเงินปันผลดีๆ ได้อย่างมากมาย

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.