เดินหน้าอย่างมีกลยุทธ์ด้วยตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่

หลังจากประสบปัญหาเม็ดเงินไหลออกอย่างหนักในช่วงเกิดวิกฤต COVID-19 เมื่อเดือนมีนาคม เงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ตลาดเกิดใหม่ (EMs) สามารถพลิกกลับมาเป็นบวกได้ แต่อย่างไรก็ตาม ขนาดของเงินทุนไหลกลับนั้นยังอยู่เพียงระดับปานกลางซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่ตลาดเกิดใหม่กำลังเผชิญ แต่ถึงกระนั้นยังมีโอกาสในการลงทุนสำหรับตลาดกลุ่มนี้และมีหลากหลายวิธีในการได้รับอัตราผลตอบแทนที่น่าสนใจโดยใช้แนวทางเชิงรุกเพื่อค้นหาหลักทรัพย์ที่มีคุณภาพ

Eric Fang
Portfolio Manager,
Eastspring Investments

พฤศจิกายน 2020 | 5 min read

ความถดถอยที่เกิดจาก COVID-19 และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนได้สร้างอุปสรรคเพิ่มขึ้นแก่ตลาดเกิดใหม่ ซึ่งหากย้อนไปในช่วงที่เพิ่งเกิดวิกฤต ประเทศต่างๆ ในตลาดกลุ่มนี้ได้เผชิญกับภาวะความซบเซาทางเศรษฐกิจและระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นอยู่ก่อนแล้ว โดยการลงทุนในตลาดเกิดใหม่นั้นไม่ได้มีความน่าสนใจอันเกิดจาก “เรื่องราวของการเติบโตสูง” อีกต่อไป แต่ในทางตรงกันข้าม เราจำเป็นต้องประเมินประเทศต่างๆ ในภูมิภาคด้วยวิธีที่แตกต่างเพื่อค้นหาจุดแข็งและจุดอ่อนของแต่ละประเทศ

การสนับสนุนด้านสภาพคล่องโดยธนาคารกลางของแต่ละประเทศเพื่อบรรเทาผลกระทบของ COVID-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจ เป็นแรงสนับสนุนช่วยสร้างเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในตลาดเกิดใหม่ เงินทุนที่ไหลเข้าสู่ตราสารหนี้ EM สามารถฟื้นตัวในทิศทางที่ดีกว่าตลาดหุ้น (ดูรูปที่ 1) สิ่งที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เนื่องจากผู้ลงทุนมีแนวโน้มที่จะค้นหาผลตอบแทนสูงสุดในขณะที่ปรับลดระดับความเสี่ยงในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอนเช่นในปัจจุบัน ยิ่งกว่านั้น ยังได้ชี้ถึงการรับรู้ต่อโอกาสที่เกิดขึ้นในตลาดตราสารหนี้

รูปที่ 1 : เงินทุนเคลื่อนย้ายสู่ตลาดเกิดใหม่ โดยผู้ลงทุนต่างชาติ

go-tactical-with-em-debt-Fig-1

ตลาดเกิดใหม่แต่ละแห่งมีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของลักษณะทางเศรษฐกิจและนโยบาย ความหลากหลายนี้ได้เปิดโอกาสในการสร้างผลตอบแทนอันน่าดึงดูดด้วยการคาดการณ์ที่แม่นยำและวางสถานะอย่างเหมาะสมภายใต้วัฏจักรเศรษฐกิจในระยะต่างๆ นอกจากนี้ ตลาดตราสารหนี้ของประเทศกลุ่มนี้ยังถือว่ามีระดับการเติบโตน้อย มีประสิทธิภาพที่ต่ำลง และมีการจัดทำรายงานเชิงวิเคราะห์ที่น้อยเกินควรเมื่อเทียบกับตลาดพัฒนาแล้วอื่นๆ ดังนั้น จึงมีโอกาสอย่างมากที่ราคาสินทรัพย์ไม่ได้รับการประเมินอย่างเหมาะสม ทำให้เกิดโอกาสในการลงทุนมากมาย

โอกาสลงทุนที่ขยายตัวแต่ยังขาดดัชนีชี้วัด

ตราสารหนี้ EM ขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องโดยบริษัทผู้ออกตราสารมีบทบาทสำคัญสำหรับการขยายตัวนี้ ขนาดของกลุ่มตราสารหนี้ EM คาดว่าจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแตะ 45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 29% ของตราสารหนี้ทั่วโลกภายในปี 2025 ความจำเป็นในการพัฒนาประเทศของกลุ่มตลาดเกิดใหม่จึงหมายถึงศักยภาพการเติบโตของตลาดกลุ่มนี้ที่มีอยู่มาก โอกาสในการเติบโตอาจดูได้จากขนาดตราสารหนี้ในตลาดพัฒนาแล้วซึ่งคิดเป็น 171% ของ GDP ในปี 2019 ขณะตราสารหนี้ EM นั้นอยู่ที่ 85%

หากดูเฉพาะภายในกลุ่มสินทรัพย์ลงทุนของตลาดเกิดใหม่ พบว่าตราสารหนี้ภาคเอกชนมีส่วนแบ่ง 56% ของตราสารหนี้รวม ในขณะที่การออกตราสารในรูปสกุลเงินท้องถิ่นครองส่วนแบ่ง 82% และถ้าเจาะลงไปดูยังตลาดภูมิภาคก็จะพบว่าเอเชียไม่รวมญี่ปุ่นนั้นมาเป็นอันดับหนึ่งในการออกตราสารด้วยส่วนแบ่ง 70% ซึ่งจากตัวเลขนี้มีจีนที่ครองส่วนแบ่งได้สูงถึง 52% โดยตราสารหนี้จีนส่วนใหญ่นั้นอยู่ในรูปสกุลเงินท้องถิ่นและออกโดยภาคเอกชน

รูปที่ 2 : ส่วนแบ่งตลาดตราสารหนี้ของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ แยกรายภูมิภาค

go-tactical-with-em-debt-Fig-2

แม้จะมีการขยายตัวของกลุ่มตราสารหนี้ EM แต่ยังไม่มีดัชนีที่สามารถสะท้อนภาพที่แท้จริงได้อย่างชัดเจน นั่นเท่ากับเป็นการจำกัดโอกาสการลงทุนในตราสารเหล่านี้ ในช่วงที่ผ่านมาหนี้ภาครัฐที่อยู่ในรูปสกุลเงินหลัก (hard currency) ยังคงมีความสำคัญด้วยสัดส่วนที่สูงถึง 84% ในดัชนีชี้วัด ในขณะที่ตราสารหนี้ภาคเอกชนที่อยู่ในรูปสกุลเงินท้องถิ่นมีเพียง 11% ซึ่งอุปสรรคสำคัญนั้นได้แก่การขาดความคล่องตัวในการซื้อขายสกุลเงินท้องถิ่นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก รวมทั้งการที่ไม่มีตลาดรองรับในแต่ละประเทศ

รูปที่ 3 : ตราสารหนี้ของตลาดเกิดใหม่ยังไม่สะท้อนอยู่ในดัชนี

go-tactical-with-em-debt-Fig-3

มีความโน้มเอียงมายังเอเชียในระยะสั้น แต่ไม่ควรมองข้ามโอกาสในภาพใหญ่ของตลาดเกิดใหม่

เป็นที่ยอมรับว่าการลงทุนในตลาดเกิดใหม่นั้นมาพร้อมกับความท้าทายเมื่อดูจากโครงสร้างการกำกับดูแลที่อ่อนแอลงและมีโอกาสเกิดการผิดนัดชำระหนี้ การที่เอเชียครองบทบาทสำคัญในตราสารออกใหม่ ผู้ลงทุนอาจถือโอกาสเพิ่มสัดส่วนการถือครองตราสารจากเอเชียในระยะใกล้นี้ เนื่องจากลักษณะทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นของภูมิภาคและความสำเร็จที่ดีขึ้นในการจัดการกับการระบาดของ COVID-19

ยิ่งไปกว่านั้นการมีสัดส่วนถือครองตราสารหนี้ EM แบบกระจายไปทั่วทั้งกลุ่มถือเป็นการเปิดทางให้ได้รับผลตอบแทนที่น่าดึงดูดจากประโยชน์ของการกระจายสินทรัพย์โดยไม่ต้องรับความเสี่ยงมากขึ้นหรือกระจุกตัวอยู่แค่เพียงตลาดเดียวมากเกินไป เหตุผลก็คือตลาดเอเชียในปัจจุบันนั้นมีสัดส่วนสูงถึงเกือบ 50% ใน JP Morgan Corporate Emerging Markets Bond Index (CEMBI) และน้ำหนักของจีนก็ได้เพิ่มขึ้นมามีสัดส่วนถึง 25% เมื่อเทียบกับ 10% ในปี 2012 ดังนั้นหากเลือกลงทุนเฉพาะในบริษัทเอเชียผ่าน JACI ก็จะส่งผลให้เกิดการพึ่งพาตลาดเดียวมากขึ้น โดยน้ำหนักของจีนที่อยู่ใน JACI นั้นอยู่ที่ 52.3%

ต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการไม่กระจายลงทุนไปทั่วทั้งกลุ่ม EM ยังเห็นได้ชัดจากข้อมูลผลตอบแทน โดยในช่วงระหว่างปี 2004-2019 บริษัทในกลุ่ม EM ให้ผลตอบแทน 6.5% ต่อปี ขณะผลตอบแทนของบริษัทเอเชียอยู่ที่ 6.2% ความแตกต่างยิ่งมีมากขึ้นหากพิจารณาในแง่ผลตอบแทนสะสม โดยบริษัทในกลุ่ม EM สามารถให้ผลตอบแทน 174.3% สูงกว่าบริษัทจากเอเชียซึ่งอยู่ที่ 133.8% ในช่วงเวลาเดียวกัน

รูปที่ 4 : ผลตอบแทนรวมรายปี (2009-2019)

go-tactical-with-em-debt-Fig-2

หลากหลายวิธีในการสร้างผลตอบแทน

นอกจากนี้ การลงทุนในตราสารหนี้ EM ได้ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถใช้ประโยชน์จากการเคลื่อนไหวของค่าเงินและอัตราดอกเบี้ย ตลอดจนสเปรดตราสารหนี้ ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนมีส่วนสำคัญสำหรับการออกตราสารสกุลเงินท้องถิ่นในขณะที่เครดิตสเปรดมีความสำคัญมากกว่าสำหรับการออกตราสารในรูปสกุลเงินหลัก สภาวะเช่นนี้ส่งผลให้ความแตกต่างของสเปรดตราสารหนี้ที่คล้ายกันซึ่งอยู่ในรูปสกุลเงินท้องถิ่นและสกุลเงินหลักอาจมีการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงเวลา พร้อมกับการนำเสนอโอกาสในการเลือกรับผลตอบแทน ดูรูปที่ 5 กล่าวโดยสรุปก็คือการซื้อขายตราสารหนี้ EM อย่างมีกลยุทธ์นั้นอาจช่วยเพิ่มผลตอบแทนแบบปรับค่าความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนได้

รูปที่ 5 : ส่วนต่างของสเปรดตราสารหนี้ที่มีลักษณะคล้ายกันโดยผู้ออกตราสารรายเดียวกัน ในรูปสกุลเงิน MYR และดอลลาร์สหรัฐ

go-tactical-with-em-debt-Fig-2

การบริหารจัดการเชิงรุกที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยตราสารหนี้ที่น่าเชื่อถือ

การบริหารจัดการเชิงรุกได้รับการสนับสนุนจากความเป็นจริงที่ว่ากลุ่มตราสารหนี้ EM นั้นโดยทั่วไปมักไม่ได้มีการวิจัยอย่างเพียงพอและไม่ได้สะท้อนผ่านดัชนีมาตรฐานเท่าที่ควร ผู้จัดการที่ใช้กลยุทธ์เชิงรุกสามารถเพิ่มมูลค่าได้ด้วยการประเมินสัดส่วนของตราสารหนี้ที่ดีและมีคุณภาพลดหลั่นลงมา โดยเปรียบเทียบกับพอร์ตโฟลิโอที่มีการกระจายสัดส่วนตามดัชนีมาตรฐาน

งานวิจัยด้านพื้นฐานจะช่วยให้ค้นพบโอกาสที่ดีสำหรับการลงทุน การเป็นหนึ่งในทีมงานตราสารหนี้ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียพร้อมกับการมีสำนักงานที่มั่นคงอยู่ใน 11 ตลาดทั่วเอเชียนั้น ได้ช่วยให้ทีมงานสามารถเข้าถึงข้อมูลตลาดแบบเจาะลึกได้อย่างรวดเร็ว ทีมงานประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและนักวิเคราะห์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเราได้ปรับปรุงการจัดทำงานวิจัยในตลาดกลุ่ม EM ด้วยการเพิ่มบุคลากรที่มีประสบการณ์เข้ามาร่วมทีม ซึ่งการที่เอเชียและจีนได้ขึ้นมาครองส่วนแบ่งตลาดที่สำคัญในกลุ่ม EM นั้น จึงเป็นโอกาสให้เราได้ใช้ความเชี่ยวชาญและข้อมูลเชิงลึกของเอเชียที่มีอยู่ได้

กระบวนการจัดทำงานวิจัยด้านเครดิตที่รอบคอบซึ่งเน้นงานวิจัยที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะและการจัดอันดับเครดิตภายใน (internal credit ratings: ICR) เป็นปัจจัยหลักช่วยสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าปกติ หรือที่เรียกว่า alpha โดยแนวทางแบบ top down นั้นมีไว้เพื่อช่วยตรวจหาแนวโน้มของตลาดตราสารหนี้ EM ทั่วโลกและประเมินหามูลค่ายุติธรรม (fair value) ของอัตราดอกเบี้ยในตลาดเกิดใหม่ ตลาดตราสารหนี้ และค่าเงิน นอกจากนี้ ยังมีขั้นตอนเพิ่มเติมซึ่งเป็นแนวทางการวิเคราะห์แบบ bottom up สำหรับการตรวจสอบผู้ออกตราสารเป็นรายบริษัทด้วย

ด้วยพื้นฐานของการวิเคราะห์เหล่านี้ ICR ได้ถูกนำไปใช้กับตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับและตราสารหนี้ที่ได้รับการจัดอันดับในชั้น BBB + และต่ำกว่าโดยหน่วยงานจัดอันดับเครดิตภายนอก โดย ICR นั้นทำหน้าที่เป็นข้อมูลอ้างอิงที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะในส่วนของคุณภาพเครดิตของผู้ออกตราสารซึ่งมีความสำคัญเหนือกว่าอันดับเครดิตที่ได้รับจากหน่วยงานจัดอันดับเครดิตจากภายนอก ICR ได้กำหนดวิธีการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิตที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบให้แก่ผู้ออกตราสารซึ่งไม่ได้รับการจัดอันดับและผู้ออกตราสารที่มีพื้นฐานทางเครดิตที่มีความแข็งแกร่งน้อยกว่าแต่ไม่จำเป็นว่าจะเป็นการลงทุนที่ไม่ดี

พูดง่ายๆ ก็คือการวิจัยของเราในรูปแบบ internal credit research จะช่วยให้เรามองเห็นโอกาสอันคุ้มค่าและสร้างผลตอบแทนให้แก่ลูกค้าได้ในระยะยาว

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.