นำทางฝ่าสถานการณ์ความไม่แน่นอน

ในขณะที่สงครามราคาน้ำมันระหว่างซาอุดิอาระเบีย – รัสเซีย อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะเวลาอันใกล้ แต่ตลาดก็มีประสบการณ์ผ่านช่วงเวลาที่ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำมาก่อนแล้ว เรามีมุมมองเชิงบวกว่ามาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังที่ถูกนำมาใช้ทั่วโลกเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 จะสามารถช่วยกระตุ้นการเติบโตได้ในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้

เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราได้เห็น S&P 500 ปรับตัวลดลงเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยใช้เวลาเพียงหกวันที่ดัชนีมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาปรับตัวลดลง 10% อันเนื่องมาจาก coronavirus ที่ขยายขอบเขตการแพร่ระบาดออกไปนอกภูมิภาคเอเชียและมีจำนวนของการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น การดิ่งลงของราคาน้ำมันเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ลงมาถึงเกือบระดับ 30 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากสงครามราคาระหว่างซาอุดิอาระเบียและรัสเซียยังได้เพิ่มความกังวลเข้ามาในตลาดด้วยเช่นกัน ความกังวลว่าราคาน้ำมันที่ดิ่งลงแรงอาจส่งผลให้เกิดกระแสการผิดนัดชำระหนี้ยิ่งฉุดให้ผู้ลงทุนวิตกกังวลมากขึ้น และส่งผลให้ดัชนีหุ้นที่สำคัญๆ และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอาจยังปรับตัวลดลงได้อีก

ความรุนแรงและความยืดเยื้อของการแพร่ระบาดครั้งนี้ รวมไปถึงลักษณะการแพร่กระจายของไวรัสนั้น มีความเป็นไปได้ว่าจะสร้างความไม่แน่นอนซึ่งผู้ลงทุนจะต้องต่อสู้ต่อในช่วงอีกหลายเดือนที่กำลังจะมาถึง อัตราการเติบโตที่คาดการณ์ได้ถูกปรับลดลงทั่วโลกเนื่องจากมาตรการกักกัน รวมถึงการลดลงของความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและภาคธุรกิจที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ในขณะที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) ปรับลดคาดการณ์จีดีพีปี 2020 ของสหรัฐและจีนลงเหลือ 1.3% และ 4.0% ตามลำดับ แต่การคาดการณ์การเติบโตที่เป็นกรอบกว้างของนักวิเคราะห์ได้สะท้อนถึงความท้าทายในการประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจยาวนานเพียงใด

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีบางปัจจัยที่ช่วยให้สถานการณ์ผ่อนคลายลงได้

ปัจจัยช่วยลดความตึงเครียด

เราเห็นว่าในขณะที่จำนวนผู้ป่วย (ติดเชื้อ) ในประเทศจีนลดลงอย่างต่อเนื่อง ตลาดหุ้นจีนและเอเชียก็เริ่มที่จะทำผลงานได้ดีกว่า ดูรูปที่ 1 เหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าตลาดที่พัฒนาแล้วอาจเดินบนเส้นทางที่คล้ายๆ กันแม้ว่าจะขึ้นอยู่กับความรวดเร็วในการตอบสนองของรัฐบาลของพวกเขาตลอดจนความสามารถในการใช้มาตรการ “รุนแรง” ซึ่งถ้าหากมีการตอบสนองที่ช้ากว่า/เบากว่า ก็ยิ่งยืดระยะเวลาในการฟื้นตัวออกไป และเพิ่มโอกาสที่จะเกิดภาวะถดถอยในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ความเสี่ยงสูงสุดอาจอยู่ในยุโรป เพราะระบบธนาคารมีความเปราะบางมากกว่า ขณะกระบวนการที่จะได้รับความเห็นชอบจากภาคการเมืองสำหรับการสนับสนุนทางการเงินหรือการดำเนินมาตรการขั้นรุนแรงนั้นอาจใช้เวลานาน

รูปที่ 1: ตลาดเอเชีย เปรียบเทียบกับตลาดโลก1

Navigating_the_uncertainty_chart_2

ดังที่กล่าวมาแล้ว การแพร่ระบาดของโรคที่ยาวนานและครอบคลุมวงกว้างขึ้นจะเพิ่มการดำเนินนโยบายเชิงรุก ซึ่งเป็นอีกครั้งที่จีนได้นำเสนอแนวทางด้านนโยบาย โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงที่เกิดการแพร่ระบาดนั้นทางการจีนได้เพิ่มการออกพันธบัตรรัฐบาล ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงการช่วยเหลือด้านค่าธรรมเนียมที่ให้แก่บริษัทที่ได้รับผลกระทบ การผ่อนคลายนโยบายการเงินแบบเต็มที่ตั้งแต่แรกนี้คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการผ่อนคลายนโยบายการเงินเชิงรุกมากขึ้นในไตรมาสต่อๆ ไปจากนี้ ซึ่งจะช่วยรักษาเสถียรภาพและกระตุ้นการเติบโต ดูรูปที่ 2

รูปที่ 2: มาตรการกระตุ้นทางเครดิตและการคลังของจีนเป็นตัวชี้นำกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก2

Navigating_the_uncertainty_chart_1

ธนาคารกลางทั่วเอเชีย ทั้งมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ฮ่องกง และไทย ได้ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ย เหล่าผู้กำหนดนโยบายกลุ่มนี้พร้อมด้วยประเทศคู่ค้าอย่างสิงคโปร์ เกาหลี และญี่ปุ่น ก็ได้ประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ส่วนในตลาดที่พัฒนาแล้วถึงแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก 50 basis points ในช่วงก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม แต่การผ่อนคลายทางการคลังน่าจะเกิดขึ้นได้ในยุโรปและญี่ปุ่น เนื่องจากการผ่อนคลายทางการเงินมีขอบเขตจำกัด ในเวลาเดียวกันการกระตุ้นทางการคลังในระยะสั้น เช่น การอัดฉีดเงินสดให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อย การลดหย่อนภาษี และการสนับสนุนด้านสินเชื่อแก่บริษัทขนาดเล็กอาจมีประสิทธิภาพมากกว่าการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อมุ่งจัดการกับผลกระทบของวิกฤตทางด้านซัพพลาย (Supply Shock)

เรามีมุมมองเชิงบวกว่ามาตรการกระตุ้นทางการเงินและการคลังทั่วโลกจะช่วยกระตุ้นการเติบโตในช่วงที่เหลือของปีนี้ ดูรูปที่ 3 ซึ่งการฟื้นตัวอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและแข็งแกร่งหากเราเห็นความชัดเจนในเรื่องการแพร่กระจายของโรคในตลาดพัฒนาแล้ว สถิติในอดีตชี้ว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ลดลงและราคาพลังงานที่ลดลงนั้นมีแนวโน้มที่จะช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจและตลาดด้วยเช่นกัน

รูปที่ 3: ดัชนีคำสั่งซื้อภาคการผลิตทั่วโลก และนโยบายการเงิน 3

Navigating_the_uncertainty_chart_3

ในสหรัฐอเมริกา ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรผลตอบแทนสูงได้เพิ่มขึ้นตามสภาวะการดิ่งลงของราคาน้ำมัน และในขณะที่สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่ภาวะการหดตัวทางเครดิตที่เกิดขึ้นในวงกว้าง แต่หากพิจารณาให้ถี่ถ้วนมากขึ้นก็จะพบว่าผลกระทบส่วนใหญ่จะกระจุกอยู่ในกลุ่มผู้ออกตราสารที่ทำธุรกิจพลังงาน นอกจากนี้ การที่ประธานาธิบดีทรัมป์น่าจะต้องการปกป้องสถานะความเป็นอิสระทางด้านน้ำมันของสหรัฐและเศรษฐกิจสหรัฐในปีการเลือกตั้ง จึงไม่อาจตัดโอกาสที่จะเห็นมาตรการแพ็คเกจสินเชื่อ/การเงิน ที่เจาะจงให้เฉพาะกลุ่มธุรกิจ

นัยยะที่มีต่อการลงทุน

เราได้ปรับลดความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนแบบผสมหลายสินทรัพย์ของเราด้วยการลดระดับการเปิดรับความเสี่ยงในหุ้น นอกจากนี้ เราให้น้ำหนักมาก (overweight) กับตราสารหนี้ยุโรป ทั้งนี้ ดัชนี VIX ซึ่งใช้ชี้วัดการคาดการณ์ความผันผวนของตลาดหุ้นได้พุ่งขึ้นเหนือระดับ 40 จุด ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณการทำจุดต่ำสุดในระยะสั้นของตลาดหุ้น ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นแม้ว่าน่าจะให้โอกาสของการเข้าซื้อที่แข็งแกร่งสำหรับสินทรัพย์เสี่ยง แต่เราเชื่อว่าความพยายามในการจับจังหวะเวลาในตลาดให้ได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้นเป็นการกระทำที่บุ่มบ่าม ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นที่การจัดการความเสี่ยงในพอร์ตการลงทุนของเรา ท่ามกลางเบื้องหลังที่เป็นปัจจัยทางเทคนิคซึ่งชี้ว่าตลาดอยู่ในเขตขายมากเกินไป (Oversold) และมองหาโอกาสกลับมาสะสมหุ้นอีกครั้งเมื่อตลาดฟื้นตัว

การไร้ความชัดเจนเกี่ยวกับสงครามราคาน้ำมันน่าจะยังคงเป็นปัจจัยที่ค้างคาที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาดในระยะสั้น การแพร่ระบาดของไวรัสที่อยู่นอกเหนือประเทศจีนก็จะยังคงส่งผลฉุดความต้องการน้ำมันและราคาน้ำมันต่อไป อย่างไรก็ตาม ตลาดได้เผชิญกับช่วงเวลาของราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับต่ำมาก่อนอย่างเช่นในปี 2015 เมื่อราคาน้ำมันร่วงลงเข้าใกล้ระดับ 30 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากความกังวลเรื่องอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ทีมตราสารหนี้ของเราได้ตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อเทียบกับตลาดตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงในสหรัฐอเมริกา พบว่าระดับการเปิดรับความเสี่ยงต่อผู้ออกตราสารที่เป็นบริษัทน้ำมันและก๊าซในกลุ่มพันธบัตรสกุลเงินดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในเอเชียนั้นค่อนข้างมีน้อย ซึ่งระดับการเปิดรับความเสี่ยงภายในพอร์ตพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูงของเรานั้น ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยบริษัทที่เป็นของรัฐ/หรือที่รัฐควบคุม บริษัทย่อยของคอร์ปอเรตที่เป็นหุ้นบลูชิพ หรือบริษัทที่ไม่มีความต้องการทางการเงินแบบในทันที เราเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้มีแนวโน้มที่จะรอดพ้นผ่านช่วงเวลาแห่งความตกต่ำของราคาน้ำมันไปได้

การปรับตัวลงของตลาดในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันทำให้มูลค่าหุ้นมีความสมเหตุสมผลมากขึ้น กลยุทธ์ความผันผวนต่ำนับเป็นทางออกที่สามารถเชื่อมั่นได้สำหรับนักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากมูลค่าหุ้นที่ถูกลงนี้ และตอบโจทย์ความต้องการวางสถานะที่แข็งแกร่งเพราะพวกเขายังคงวิตกเกี่ยวกับความผันผวนของตลาด ในขณะเดียวกัน ความผันผวนอย่างรุนแรงของความเชื่อมั่นในตลาดในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้นับเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของทีมการลงทุนหุ้นคุณค่าของเราที่ได้มุ่งเน้นในแนวทางการประเมินมูลค่า ทั้งนี้ การมีจุดยึดในเรื่องการประเมินมูลค่า จึงทำให้สภาวะทางอารมณ์ถูกกำจัดออกไปจากกระบวนการลงทุน และช่วยให้เราค้นพบโอกาสที่ตลาดได้กำหนดราคาหลักทรัพย์ไว้อย่างไม่สมเหตุสมผล

Sources:
1 Bloomberg. Eastspring Investments. As of 10 March 2020. World represented by MSCI World. Rebased to 100 as at 21 January 2020.
2 Based on BCA calculations. Total social financing excluding equity/including local government bonds**General (Central and local) government, government managed funds spending and special infrastructure fund from 2015 to 2017. ***Shown smoothed: Source: Goldman Sachs (Via Bloomberg L.P.). Note: Latest data point for combined credit and fiscal impulse is an estimate.
3 *Markit, JP Morgan. **BCA calculations. Based on 29 central banks.

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.