การกลับมาทวงพื้นที่คืนของ “Old Economy”

การฟื้นตัวทั่วโลกที่กำลังจะเกิดขึ้นซึ่งรวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้น วัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ และกฎระเบียบในการกำกับดูแลที่มีมากขึ้นสำหรับบางเซ็กเตอร์ที่มีการเติบโต ได้แสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่จะต้องหาแนวทางที่แตกต่างในการสร้างผลงานให้ได้อย่างโดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

หลังจากผ่านทศวรรษที่ทำผลงานได้ไม่ดีของการลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) ในตลาดเกิดใหม่ เราพบว่าหุ้นเติบโตที่เน้นคุณภาพ (Growth and Quality equities) มีราคาที่แพงเกินจริงไปมาก ซึ่งถ้าหากมองไปข้างหน้า เราเห็นทั้งแรงสนับสนุนในหุ้นคุณค่าจากการประเมินมูลค่าแบบที่มีแท็คติก และโอกาสเชิงกลยุทธ์ภายใต้สภาพแวดล้อมการลงทุนที่ช่วยสนับสนุนเรื่องมูลค่าโดยไม่คำนึงว่าการประเมินมูลค่าจะมีจุดเริ่มต้นเป็นมาอย่างไร

นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2020 ตลาดหุ้นยังคงวิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการเริ่มปูพรมฉีดวัคซีน COVID-19 ควบคู่ไปกับแรงประสานของทั้งมาตรการกระตุ้นภาคการเงินและการคลังทั่วโลก การปรับตัวขึ้นแรงของตลาดหุ้นนั้นพบว่าหุ้นคุณค่าสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่ามาก ขณะผู้ลงทุนในตอนนี้ต่างกำลังสงสัยว่าสภาวะการปรับตัวขึ้นของหุ้นคุณค่าจะดำเนินต่อไปอีกนานหรือไม่ หรือจะเป็นโอกาสของหุ้นเติบโต แต่อย่างไรก็ตาม เรามองว่าแนวโน้มในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้จะมีความแตกต่างไปจากเหตุการณ์ในช่วงทศวรรษหลังเกิดวิกฤตการเงินโลก หรือ Global Financial Crisis (GFC) ที่เราเพิ่งผ่านออกมาได้ และจะมีความคล้ายมากขึ้นกับช่วงเวลาที่มีการฟื้นตัวในระยะหลัง ซึ่งรวมถึงยุคหลังฟองสบู่หุ้นเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่ายุค dot-com

การฟื้นตัวที่แตกต่างไปมาก

จุดเริ่มต้นของทศวรรษภายหลังวิกฤตการเงินโลก เป็นช่วงเวลาที่รัฐบาลทั่วโลกได้ออกมาตรการรัดเข็มขัดทางการคลังที่เข้มงวดที่สุดเป็นประวัติการณ์เพื่อพยายามกอบกู้ภาคการเงินเท่าที่สามารถจะทำได้ ซึ่งนอกจากความเข้มงวดในภาคการคลังแล้ว เราพบว่าการลงทุนของภาคธุรกิจก็อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งฉุดให้เศรษฐกิจเติบโตได้ช้าและมีความไม่แน่นอน รัฐบาลของหลายประเทศได้มองหาแรงจูงใจให้ผู้บริโภคลดภาระหนี้ในขณะที่ธนาคารกลางก็มีเป้าหมายในการควบคุมสัญญาณเงินเฟ้อ

ในทางตรงกันข้าม วันนี้เรามีมาตรการกระตุ้นภาคการเงินและการคลังอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งคล้ายๆ กับช่วงเวลาของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในครั้งก่อนๆ รวมถึงหลังยุค dot-com รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่ระบบธนาคารเท่านั้น การที่ผู้คนไม่สามารถจับจ่ายได้ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาส่งผลให้การออมอยู่ในระดับสูงเป็นประวัติการณ์ ซึ่งเราคาดว่าจะนำไปสู่ความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในระยะสั้น นอกจากนี้ เรากำลังเห็นวัฏจักรการลงทุนที่จะเกิดขึ้นจากรัฐบาล (ในรูปแบบของการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน) และภาคธุรกิจ การที่ไม่มีแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางต่างๆ จึงสามารถอดทนรอคอยในการตอบสนองต่อสัญญาณเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นได้ การคาดการณ์เงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นและการมีผลต่อเนื่องให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นมีแนวโน้มที่จะเป็นผลบวกต่อเซ็กเตอร์ที่ธุรกิจเคลื่อนไหวตามวัฏจักร เช่น กลุ่มการเงิน พลังงาน และอุตสาหกรรม

เราเชื่อว่าลักษณะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคตจะใกล้เคียงกับการฟื้นตัวในครั้งก่อนๆ รวมถึงในยุคปี 2002-2008 ซึ่งพบว่ามีการทำผลงานได้อย่างโดดเด่นของหุ้นคุณค่าในระยะยาว หากพิจารณาดัชนี Russell 1000 Value and Growth ดังที่แสดงด้านล่าง ซึ่งใช้เป็นตัวแทนในการวัดผลงานโดยเปรียบเทียบของหุ้นคุณค่าทั่วโลก เราจะเห็นได้จากรูปที่ 1 ว่าเราอาจดำเนินรอยตามรูปแบบที่คล้ายๆ กันนับตั้งแต่ช่วงปลายทศวรรษ 1990 ไปจนถึงทศวรรษ 2000 เส้นกราฟสีแดงแสดงถึงผลงานโดยเปรียบเทียบของหุ้นคุณค่าเมื่อเทียบกับหุ้นเติบโตนับจากปี 2015 จนถึงปัจจุบัน ซึ่งมีการเคลื่อนไหวไปตามเส้นกราฟสีเทาที่แสดงถึงผลงานโดยเปรียบเทียบของการลงทุนทั้งสองรูปแบบนับตั้งแต่ปี 1995 จนถึงปี 2007

รูปที่ 1 : ผลตอบแทนโดยเปรียบเทียบของดัชนี Russell 1000 Value เทียบกับ Growth (ยอดสะสม)

revenge-of-the-old-economy-fig-1

แรงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง

เราสังเกตเห็นแนวโน้มที่ชัดเจนอย่างมากของการปรับคาดการณ์ผลประกอบการในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังฟื้น ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมาแนวโน้มของการปรับคาดการณ์ผลประกอบการเป็นไปในทิศทางบวกซึ่งพบว่าเป็นการปรับขึ้นมากกว่าการปรับลงในเซ็กเตอร์ส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม การปรับคาดการณ์ผลประกอบการเป็นไปในทิศทางบวกมากที่สุดสำหรับกลุ่มธุรกิจที่เคลื่อนไหวตามวัฏจักร เช่น พลังงาน วัสดุ และธนาคาร ซึ่งนับเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับหุ้นคุณค่า ดูรูปที่ 2

รูปที่ 2 : การปรับคาดการณ์ผลประกอบการเทียบกับช่วง 3 เดือนก่อนหน้า แยกตามกลุ่มอุตสาหกรรมทั่วโลก

revenge-of-the-old-economy-fig-2

แนวโน้มที่ดีมากของภาพเศรษฐกิจมหภาคในวันนี้ที่ส่งผลต่อหุ้นคุณค่ายังได้รับแรงสนับสนุนจากการตีมูลค่าในแบบที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้วระหว่างหุ้นคุณค่า (Value equities) เมื่อเทียบกับหุ้นเติบโตที่มีคุณภาพ (Growth and Quality equities) ดังแสดงในรูปที่ 3 เราไม่เคยได้เห็นความแตกต่างด้านการประเมินมูลค่าในระดับนี้มาก่อนในช่วงหลังวิกฤตการเงินโลก โดยในขณะนั้น เราเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนหุ้นเติบโตที่มีคุณภาพ เมื่อเทียบกับหุ้นคุณค่า

รูปที่ 3 : อัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไร (PE) ของหุ้นเติบโต (Growth) เทียบกับ PE ของหุ้นคุณค่า (Value) ในตลาดเกิดใหม่

revenge-of-the-old-economy-fig-2

นอกจากนี้ การปฏิวัติดิจิทัลยังเป็นหนึ่งในธีมการลงทุนหลักในยุคหลังวิกฤตการเงินโลก โดยภาคธุรกิจ รัฐบาล และผู้บริโภคต่างได้สร้างและผสานรวมซอฟต์แวร์และแพลตฟอร์มดิจิทัลซึ่งค่อนข้างใช้เงินลงทุนน้อยโดยเปรียบเทียบ แม้ว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลยังคงเป็นเทรนด์ใหญ่แต่เราเชื่อว่าการปฏิวัติที่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจะเป็นสัญญาณเริ่มต้นของทศวรรษต่อไป การเกิดขึ้นของสิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่และการใช้จ่ายเพื่อลงทุนในภาคเศรษฐกิจที่แท้จริง ขณะที่ผู้บริโภคและบริษัทต่างๆ ได้หันหลังให้กับการใช้สินค้าที่ปล่อยคาร์บอนสูง

ในขณะเดียวกัน หุ้นขนาดใหญ่และมีราคาแพงในกลุ่มอีคอมเมิร์ซ เทคโนโลยี และที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต ซึ่งหุ้นหลายตัวทำผลงานได้โดดเด่นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้น อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ควบคุมค่อนข้างน้อย ซึ่งธุรกิจเหล่านี้กำลังเผชิญกับการตรวจสอบที่เข้มงวดมากขึ้นจากทางรัฐบาลและหน่วยงานกำกับดูแล ซึ่งอาจทำให้บริษัทเหล่านี้ถูกบีบให้เล่นในสนามแข่งขันเดียวกันกับธุรกิจที่มีอยู่เดิมและฉุดให้อัตราการเติบโตชะลอตัวลงในอนาคต

ผู้ลงทุนต้องพร้อมรับมือในแบบที่แตกต่าง

กลยุทธ์การลงทุนหุ้นในตลาดเกิดใหม่ส่วนใหญ่ดูเหมือนจะไม่พร้อมสำหรับสถานการณ์นี้ หลายๆ กลยุทธ์ยังคงโน้มเอียงไปยังธีมหุ้นเทคโนโลยีและ new economy ที่มีราคาแพง ขณะที่หุ้นคุณค่าในปัจจุบันได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นในเซ็กเตอร์ที่เป็นภาคเศรษฐกิจจริงที่มีราคาถูกกว่าอย่างเช่น กลุ่มการเงิน อุตสาหกรรม และสาธารณูปโภค ซึ่งกลยุทธ์ที่ใช้แนวทาง Value อย่างมีวินัยนั้นสามารถสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา

อนาคตมีความไม่แน่นอน แต่หากเราตั้งอยู่ในสถานะที่มีการเตรียมพร้อมต่อความเป็นไปได้ในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการตอบสนองของตลาดหุ้นต่อสถานการณ์นี้ ก็จะมีโอกาสสูงมากสำหรับผู้ลงทุนที่เน้นคุณค่าและมีวินัยที่จะสามารถไขว่คว้าโอกาสไว้ เราเชื่อว่าผู้ลงทุนในตลาดหุ้นเกิดใหม่ควรป้องกันความเสี่ยงนี้ด้วยแนวทางการมุ่งเน้นคุณค่าด้วยความมีวินัย

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.