หุ้นไทย ปรับฐานรอบใหญ่ หรือแค่พักตัวเพื่อไปต่อ?

หากภาครัฐไม่ได้ออกมาตรการ Lockdown ในวงกว้าง ประเด็นการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้ติดเชื้ออาจจะส่งผลกดดันต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น

มุมมองการลงทุนปี 2021 ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยถือว่ามีเสถียรภาพเมื่อเทียบกับภูมิภาคเอเชีย แต่มีจุดเสียเปรียบคือ มีกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็น New Economy หรือเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในสัดส่วนที่ยังไม่มากนัก นอกจากนี้ จะเริ่มเห็นการปรับประมาณกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจและการค้าโลกที่เริ่มฟื้นตัวจากนโยบายทางการค้าของว่าที่ประธาน

าธิบดีสหรัฐฯ อีกทั้งจากปัจจัยที่สนับสนุนและปัจจัยกดดันทำให้เราประเมินตลาดหุ้นไทยให้อยู่ในกลุ่ม Tactical Asset Allocation (TAA) คือเป็นการแนะนำลงทุนตาม Sentiment ของ Fund Flow ที่ไหลเข้ามายังเอเชีย รวมถึงไทยที่ยังคง Laggard หุ้นในกลุ่ม Emerging ด้วยกัน

ตลาดหุ้นไทยปรับตัวลงหลังจากต้นเดือน พ.ย. ที่ตลาดปรับตัวขึ้นได้ดี

การปรับตัวลงแรงของตลาดหุ้นไทยเกิดจากความกังวลต่อสถานการณ์การกลับมาระบาดของ COVID -19 ระลอกใหม่ ซึ่งประเด็นหลักที่ตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นโดดเด่นจากการที่ตลาดหุ้นไทย Laggard ประเทศอื่นในภูมิภาคมานาน ประกอบกับนโยบายการค้าที่เน้นความร่วมมือทางการค้า หากนับตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมาจนถึงวันที่ 18 ธ.ค. ตลาดหุ้นไทยทำผลตอบแทนดีที่สุดในโลกโดยปรับขึ้นถึงเกือบ 24% จึงส่งผลต่อความอ่อนไหวของดัชนี SET ซึ่งประเด็นนี้เป็นปัจจัยที่เราประเมินไว้ในปี 2021 ว่าข่าวเชิงลบจะทำให้ดัชนีฯที่ปรับตัวขึ้นแรงอ่อนไหวต่อข่าวเชิงลบมากกว่า และเราได้ประเมินผลกระทบต่อการระบาดไว้ 3 กรณี

Best Case

(ประเมินโอกาสเกิดขึ้น 50%) ในกรณีนี้คือ ช่วง 1-2 สัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ติดเชื้อที่ได้ตรวจพบมีโอกาสแพร่เชื้อ COVID-19 ไปยังบุคคลอื่น และพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจากเดิมไม่มากนัก ส่งผลให้ง่ายต่อการควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาด จึงไม่ต้องมีการ Lockdown

พื้นที่อื่นเพิ่มเติม เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการปรับตัวลงของหุ้นไทยในระยะสั้นและลงไม่ลึกมากอาจจะมีการ Panic Sell ช่วงสั้น (คาดว่าดัชนีปรับตัวลงประมาณ 5%-7%)

Base Case

(ประเมินโอกาสเกิดขึ้น 30%) เป็นกรณีที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นแบบมีนัยยะสำคัญ ส่งผลให้ต้องมีการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น มีการ Lockdown พื้นที่อื่นเพิ่มเติมจากเดิม การงดกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม เช่น การเฉลิมฉลองปีใหม่ หรือสถานที่ที่มีการรวมกลุ่มกันและเป็นการแออัด เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการปรับตัวลงของหุ้นไทยในระยะยาวมากขึ้นกว่ากรณีแรกและดัช นีลงลึกกว่า(คาดว่าดัชนีปรับตัวลงประมาณ 7% -10%)

Worst Case

(ประเมินโอกาสเกิดขึ้น 20%) เป็นกรณีที่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมาก ส่งผลต่อการบริหารงานที่ยากมากขึ้นของภาครัฐ และต้อง Lockdown พื้นที่เป็นวงกว้าง ส่งผลต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นต่อการบริโภคในอนาคต เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อการปรับตัวลงของหุ้นไทยโดยลงลึกและอาจส่งผลให้หุ้นไทยฟื้นตัว ช้า (คาดว่าดัชนีปรับตัวลงประมาณ1ใน3 ของช่วงที่ COVID-19 ระบาดเดือนมีนาคม ซึ่งลบกว่า 35% หรือ ปรับตัวลงประมาณ 10% -15% จากระดับ 1,480)

SET_FearofGreed_Graph_01

จากระดับราคาต่อมูลค่า (Valuation) ที่ค่อนข้างตึงตัว ถ้าเราพิจารณา Forward P/E ของดัชนี SET ณ วันที่ 22 ธ.ค. อยู่ที่ระดับ 17.5 เท่า ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี สูงกว่า 2 S.D. ถือว่าค่อนข้างสูงจึงเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ตลาดอ่อนไหวต่อข่าวเชิงลบที่เข้ามากระทบต่อความคาดห วัง

SET_FearofGreed_Graph_02

ปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจของไทยถือว่าแข็งแกร่งโดยเปรียบเทียบกับหล ายๆประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ (EM)

1. Current Account Surplus ถึงแม้ว่ารายได้จากการส่งออกของไทยปีนี้จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมากจากสถ านการณ์การแพร่ระบาด แต่การส่งออกยังมากกว่าการนำเข้าทำให้ไทยยังรักษาการเกินดุลการค้าไว้ได้ ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ

SET_FearofGreed_Graph_03

2. External Debt อยู่ในระดับที่ค่อนข้างปลอดภัย สัดส่วนหนี้นอกประเทศอยู่ในระดับที่ไม่สูง ยิ่งหากเปรียบเทียบกับยุควิกฤตต้มยำกุ้งถือว่าดีขึ้นมากโดยเปรียบเทียบ นอกจากนี้ความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและความมั่นคงของภาคการเงินดี ขึ้นกว่าในอดีตมาก ในแง่นโยบายด้านอัตราแลกเปลี่ยนก็เป็นแบบลอยตัว ทำให้ความเสี่ยงในภาคการเงินลดตํ่าลงมาก ถือว่าพื้นฐานแข็งแกร่ง

SET_FearofGreed_Graph_03

3. International Reserve อยู่ในระดับที่สูงโดยเปรียบเทียบกับหลายประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ ซึ่งการที่ไทยมีทุนสำรองในระบบที่ค่อนข้างสูงช่วยลดความเสี่ยงในภาคการเงิ นและเพิ่มความมั่นใจในการถือครองค่าเงินบาท เป็นปัจจัยที่ทำให้ Fund Flow ต่างชาติไหลเข้ามาถือครองสกุลเงินบาท และตราสารหนี้ระยะสั้น/ระยะกลางของไทย

จากสามปัจจัยข้างต้นทำให้เห็นว่าท่ามกลางความเสี่ยงและผลกระทบเชิงลบต่อภาคการส่งออกและภาคบริการ

แต่ด้วยความเสี่ยงในภาคการเงินและความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในระดับที่ตํ่ากว่าหลายประเทศโดยเปรียบเทียบ

แต่อย่างไรก็ตามจากการที่หุ้นไทยมีกลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็น New Economy ในสัดส่วนที่ไม่มากนัก

ในระยะกลางถึงยาวอาจส่งผลต่อความน่าสนใจในการลงทุนน้อยกว่ากลุ่มดัชนี ที่มีที่อุตสาหกรรม New Economy , Technology หรือ Megatrend

ทำไมสินทรัพย์ลงทุนในไทยยังคงน่าสนใจในช่วงระยะสั้นนี้ ?

สภาพคล่องทั่วโลกอยู่ในระดับสูงมาก

จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินของสี่ธนาคารกลางขนาดใหญ่ในโลก อย่าง ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) และธนาคารกลางจีน (PBOC) สภาพคล่องที่ล้นระบบอย่างสถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นอยู่ (Excessive Liquidity) เงินบางส่วนจะไหลเข้าสินทรัพย์ลงทุน โดยมองหาสินทรัพย์ลงทุนที่น่าสนใจอย่างเช่น ธีมเศรษฐกิจฟื้นตัว เม็ดเงินนอกจากส่วนที่อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (DM) ก็จะไหลมาทางกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (EM) ด้วยเช่นกัน ซึ่งในส่วนของกลุ่มประเทศ EM ก็จะเลือกลงทุนในกลุ่มที่ระดับ Valuation น่าสนใจ หรือกรณีที่ Valuation แพงกว่าเล็กน้อยแต่มีพื้นฐานเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งกว่าโดยเปรียบเทียบก็จะสามารถดึ งดูดเม็ดเงินลงทุนบางส่วนได้

SET_FearofGreed_Graph_05

การปรับลดประมาณการณ์กำไรบริษัทจดทะเบียนเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น

แน่นอนว่าบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นไทยเป็นธุรกิจที่โดนผลกระท บโดยตรงจากสถานการณ์การแพร่ระบาด เราไม่มีหุ้นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ หุ้นกลุ่มสุขภาพก็มีแต่ธุรกิจโรงพยาบาลซึ่งโรงพยาบาลขนาดใหญ่ก็ถูกกระทบจากกา รที่ต่างชาติเข้ามารักษาในไทยไม่ได้ ทำให้โดยรวมกำไรบริษัทจดทะเบียนไทยถูกปรับลดประมาณการณ์กำไรลงเยอะมาก ในปี 2020 ซึ่งคาดการณ์อัตราส่วนกำไรต่อหุ้นโดย Bloomberg Estimate (EPS) ปี 2020 ที่ระดับ 54 ปี 2021 ที่ 79.8 และปี 2022 ที่ 91.5 แต่เริ่มหยุดปรับลดประมาณการณ์กำไรลงซักระยะแล้ว ในระยะข้างหน้ามีโอกาสที่จะมีการปรับเพิ่มประมาณการณ์กำไรหากควบคุมสถานกา รณ์การแพร่ระบาดทั้งในไทยและในต่างประเทศได้มากขึ้น ความคืบหน้าด้านการอนุมัติให้ใช้วัคซีน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศขนาดใหญ่ช่วยสนับสนุน Global Demand สนับสนุนราคาหุ้นวัฏจักรในหลายๆ กลุ่มธุรกิจ

SET_FearofGreed_Graph_06

ปัจจัยสนับสนุน

  • มาตรการทางด้านการเงินและการคลังของไทยของมีการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่า งต่อเนื่องและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าตลาดเกิดใหม่ (EM) โดยเปรียบเทียบ
  • สภาพคล่องทั่วโลกอยู่ในระดับสูง
  • ความคืบหน้าวัคซีนมีการอนุมัติให้ใช้กรณีฉุกเฉินแล้วในหลายประเทศ
  • คาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มฟื้นตัวชัดเจนในปีหน้า และเริ่มมีการปรับประมาณกำไร บจ.เพิ่ม

ปัจจัยกดดัน

  • การแพร่ระบาดยังคงมีความไม่แน่นอน
  • การได้รับวัคซีนในไทยอาจใช้ระยะเวลา
  • มีกลุ่ม Technology และ New Economy ไม่สูง
  • ระดับราคา (P/E) สูงกว่ากลุ่มประเทศในเอเชียและ EM โดยเปรียบเทียบ

มุมมองการลงทุนต่อจากนี้

สำหรับผู้ลงทุนที่ไม่มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นไทย หรือมีสัดส่วนลงทุนที่ค่อนข้างน้อยและอยากจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุน มองว่าการปรับฐานรอบนี้เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนเป็นลักษณะ Tactical Asset Allocation (TAA) คือ เป็นการแนะนำลงทุนตาม Momentum ของตลาด แต่สำหรับผู้ลงทุนที่มีการลงทุนในสัดส่วนหุ้นไทยแล้ว แนะนำให้ถือการลงทุนต่อเนื่องไปก่อนเพื่อรับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโ ลกและ Sentiment จากเงินทุนที่ไหลเข้า แต่ให้การลงทุนโดยรวมอยากให้ผู้ลงทุนมีการจัดพอร์ตกระจายการลงทุนในสินทรัพ ย์ที่ไม่ได้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ควรมีการกระจายการลงทุนไปในกลุ่มกองทุนหุ้นทั่วโลก ทั้งหุ้นกลุ่มนวัตกรรม หุ้นคุณภาพ หุ้นเอเชีย หุ้นจีน ตราสารหนี้ทั่วโลก และสินทรัพย์ทางเลือก โดยลงทุนแต่ละสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ และเป็นการทยอยเข้าลงทุนในช่วงที่ดัชนีมีการย่อตัว

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.