กองทุน ARK จะไปทางไหนดี?

นับตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ของปี 2020 หุ้นกลุ่มวัฏจักรและหุ้นคุณค่า สามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่าหุ้นกลุ่มเติบโตและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้อย่างชัดเจนจนถึงปัจจุบัน และมีโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ในช่วงปี 2021 โดยสาเหตุหลักที่ทำให้หุ้นกลุ่มวัฏจักรและหุ้นคุณค่าสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นมี 3 ปัจจัยด้วยกัน

  • การพัฒนาและกระจายวัคซีนได้ดีอย่างต่อเนื่องในหลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว เช่นสหรัฐอเมริกา อังกฤษ และประเทศกลุ่มยุโรป ส่งผลให้แนวโน้มของการเปิดเมือง (Re-Opening) เป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อาจกลับมาเป็นปกติ กอปรกับเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว
  • มูลค่าของหุ้นกลุ่มวัฏจักรและหุ้นคุณค่ามีระดับราคา (PE) ที่ถูกกว่าโดยเปรียบเทียบกับหุ้นเทคโนโลยีและหุ้นเติบโต ซึ่งสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นในช่วงปี 2020 ขณะที่กลุ่มวัฏจักรมีแรงขายออกมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ลงทุนเริ่มมีการขายทำกำไรในหุ้นกลุ่มที่ขึ้นมาแรงและเข้าลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ยังไม่แพง
  • มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากทางภาครัฐบาล โดยเฉพาะสหรัฐอมเริกาที่ได้มีการอัดฉีดงบประมาณไปยังภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ส่งผลให้ภาพรวมทางเศรษฐกิจมีแนวโน้มเริ่มฟื้นตัวในส่วนของภาคการผลิตและภาคการบริโภค

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลในอดีตจะพบว่า หุ้นกลุ่มวัฏจักรจะทำผลตอบแทนได้ดีกว่าหุ้นกลุ่มเติบโตประมาณ 8 - 12 เดือนหลังการฟื้นตัวจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจในแต่ละช่วง

pecialreport180521_ark_graph_01

ขณะเดียวกัน ในระยะยาวสามารถประเมินได้ว่า หุ้นกลุ่มเติบโตและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีสามารถสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า ทั้งนี้เป็นเพราะในหลายๆอุตสาหกรรมของแต่ละบริษัทนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพในองค์กร รวมถึงความสามารถในการทำกำไร ขณะที่การแกว่งตัวและการปรับฐานลงโดยเฉลี่ยแล้วยังถือว่าไม่สูงมาก ซึ่งค่าเฉลี่ยย้อนหลัง Drawdown อยู่ที่ 4% ขณะที่หากตัดช่วงที่เป็นเหตุการณ์ไม่ปกติออกไป เช่น การระบาดของ COVID-19 ในช่วงปี 2020 สงครามการค้าสหรัฐฯ-จีนในปี 2018 หรือวิกฤติการทางการเงินในยุโรปปี 2011 จะพบว่าการปรับตัวลงจากจุดสูงสุดที่ระดับ 10% เป็นระดับที่น่าสนใจในการเข้าลงทุน ซึ่งปัจจุบันหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีย่อลงมาจากจุดสูงสุดแล้วประมาณ 6%

pecialreport180521_ark_graph_02

หากวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนใน S&P500 จะพบว่ากลุ่มสถาบันการการเงินมีการเติบโตของกำไรมากกว่า100% เนื่องจากช่วงก่อนหน้านั้น กำไรของกลุ่มนี้อยู่ในระดับต่ำมาก และหากพิจารณาการเติบโตของยอดขาย พบว่าเติบโตเพียง 9.64% ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมีการเติบโตของยอดขายกว่า 20% และการเติบโตของกำไรกว่า 40% รวมถึงจำนวนบริษัทที่มียอดขายและกำไรออกมาเป็นบวก ซึ่งมีการกระจายตัวที่ดีกว่า ถ้าหากประเมินในระยะยาวหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเติบโตยังคงสามารถเติบโตในส่วนของกำไรและยอดขาย รวมถึงความต่อเนื่องได้ดีกว่าหุ้นกลุ่มวัฏจักรและหุ้นกลุ่มคุณค่า

pecialreport180521_ark_graph_03
pecialreport180521_ark_graph_04

ในระยะช่วง 1-3ปีต่อจากนี้ เรายังประเมินว่าแนวโน้มดอกเบี้ยจะทรงตัว แล้วค่อยๆปรับขึ้น แต่ในส่วนของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯอายุกลางถึงยาวจะค่อยๆปรับตัวขึ้นล่วงหน้า ส่งผลให้ผลกระทบจากการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะส่งผลต่อ Earning Yield Gap ของหุ้นโดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและหุ้นกลุ่มเติบโต

แต่อย่างไรก็ตามผลกระทบดังกล่าว เป็นเหตุการณ์ปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ภายหลังจากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ และเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดในช่วงสั้น ซึ่งจากผลการศึกษาผลกระทบระหว่าง US Bond Yield และ S&P500 Information Technology พบว่าช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรปรับตัวขึ้นแรงและหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีย่อตัวลงนั้น จะใช้ระยะเวลาประมาณ 3 – 6 เดือน

pecialreport180521_ark_graph_05

ทำไมกองทุนแต่ละประภทของ ARK จึงมีการเลื่อนไหวหรือปรับตัวมากกว่าดัชนีหรือกองทุนทั่วไป

นี่คงเป็นคำถามที่ผู้ลงทุนหลายฝ่ายอยากรู้ จากค่า Beta ของกองทุน ARK แต่ละประเภทจะพบว่ามีค่า Beta เกิน 1 ไปค่อนข้างเยอะ นั่นหมายความว่า หากสมมุติว่าดัชนี MSCI World เป็นตัวแทนของการเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นทั่วโลก โดยสินทรัพย์ใดที่มีค่า Beta เท่ากับ 1 หมายถึง สินทรัพย์นั้นมีการเคลื่อนไหวในระดับที่เท่ากัน แต่หากค่า Beta น้อยกว่า 1 จะมีการเคลื่อนไหวทั้งขาขึ้นและลงในอัตราที่น้อยกว่า แต่หากค่า Beta มากกว่า 1 จะมีการเคลื่อนไหวทั้งขาขึ้นและลงในอัตราที่มากกว่าเช่นกัน หมายความว่า หากดัชนี MSCI World ปรับตัวขึ้น 10% กองทุน ARKW และ ARKG จะปรับตัวขึ้น 13.5% ในส่วนของ ARKQ และ ARKF จะปรับตัวขึ้น 13.1% และ12.1% ตามลำดับ ขณะที่ดัชนี NASDAQ จะปรับตัวขึ้นเพียง 10.5% เนื่องจากมีค่า Beta เพียง 1.05 เท่า แต่หาก MSCI World ปรับตัวลดลง กองทุนของ ARK ก็จะมีการปรับตัวลงที่มากกว่าเช่นกัน นี่จึงเป็นเหตุผลที่กองทุนมีการเคลื่อนไหวในอัตราที่มากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไป เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีค่า High Beta มากกว่าสินทรัพย์ปกติ

pecialreport180521_ark_graph_06

ถึงแม้ราคาของ ARK จะปรับตัวลดลง แต่จะพบว่าจำนวนหน่วยเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อน Flow ที่ยังไหลเข้า การปรับตัวลดลงมามากกว่า 30% ในช่วงนี้ เนื่องจากกองทุน ARK ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นกลุ่มนวัตกรรม และมีความเป็น High Beta ค่อนข้างเยอะ และในภาวะที่เกิด Sector Rotation ที่ทำให้หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลงมาประมาณ 10% จึงส่งผลให้กองทุน ARK ปรับตัวลงมากกว่ากลุ่มเทคโนโลยีทั่วไป

pecialreport180521_ark_graph_07
pecialreport180521_ark_graph_08

Fund Flow ของกองทุน ARK แต่ละกองทุนยังคงเป็นบวกนับจากต้นปี รวมถึงจำนวนหน่วยที่เพิ่มขึ้น สะท้อนว่าผู้ลงทุนยังคงสนใจในกองทุนหุ้นนวัตกรรม โดยรวมบริษัทที่มีการเป็นสัดส่วนหลักของกองทุนยังสามารถสร้างยอดขายและกำไรออกมาเป็นบวก

pecialreport180521_ark_graph_09

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าราคาจะปรับตัวลงไป แต่กองทุน ARK ยังคงมั่นใจในบริษัทฯเหล่านี้ โดยสังเกตจากสัดส่วนที่เข้าลงทุนเพิ่ม หลังจากที่ราคาปรับตัวลดลงไป

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.