เหตุผลที่คุณต้องเลือกกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่ “EM ex China”

เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ตลาดเกิดใหม่ (EMs) มีลักษณะของความหลากหลายมากกว่าที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ด้วยผู้เล่นหลักที่ครอบงำตลาดอย่างเช่นเกาหลี ไต้หวัน แอฟริกาใต้ และมีเซ็กเตอร์ที่โน้มเอียงไปยังกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ แต่หลังจากนั้นก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงและสลับหมุนเวียนอยู่หลายครั้ง ก่อนเปิดทางให้จีนขึ้นมามีบทบาทอย่างโดดเด่นในดัชนี MSCI EM ในปัจจุบัน แม้ว่าส่วนประกอบที่เคยมีสัดส่วนสำคัญจะลดน้ำหนักลงในดัชนี แต่เรายังคงเห็นทางเลือกที่มีมากขึ้นนอกเหนือจากหุ้นจีนที่นำเสนอโอกาสในการลงทุน

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาเราได้เห็นภาพรวมของหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากทั้งในแง่ขนาดและลักษณะ แต่ก็ไม่น่าแปลกใจเมื่อเราตระหนักได้ถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของตลาดเกิดใหม่ในช่วงเวลาดังกล่าว เช่นเดียวกับสิ่งที่ได้เห็นในเซ็กเตอร์และตลาดต่างๆ นอกจากนี้ มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดหรือมาร์เก็ตแคปของบริษัททั้งหลายใน EM ก็ค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไป มีการสลับหมุนเวียนระหว่างกลุ่ม แต่ยังมีธีมที่สอดคล้องกันอย่างหนึ่งก็คือการมีบทบาทมากขึ้นของหุ้นจีน จีนนั้นเคยมีสัดส่วนอยู่เพียง 5% ในดัชนี MSCI EM เมื่อ 20 ปีที่แล้ว แต่มาในวันนี้มีสัดส่วนสูงเกิน 40% และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่สูงกว่า 50% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ และในขณะที่จีนผงาดขึ้นมาอยู่ในฐานะจุดหมายปลายทางของการลงทุนที่สำคัญ แต่ก็ยังมีโอกาสใหม่ๆ ที่ไม่ซ้ำรูปแบบกับที่อื่นๆ เกิดขึ้นอีกมากมายในตลาดกลุ่ม EMs ex China (ตลาดเกิดใหม่ ไม่รวมจีน) ซึ่งเหมาะสมสำหรับการกระจายความเสี่ยงของตลาดในแบบที่แยกต่างหาก

การที่จีนครองสัดส่วนที่สูงในดัชนีกำลังบดบังโอกาสอื่นๆ

สัดส่วนในดัชนีที่เพิ่มขึ้นของจีนนั้นเทียบได้กับขนาดที่หดหายไปของตลาดที่เคยมีบทบาทสูง ดูรูปที่ 1 ตัวอย่างเช่นเกาหลีใต้ที่เคยเป็นตลาดเกิดใหม่ขนาดใหญ่ที่สุดในปี 2002 โดยอยู่ที่ราวๆ 20% ของดัชนี แต่ในวันนี้สัดส่วนเหลือแค่เพียงใกล้ๆ กับ 10% และในทิศทางที่สอดคล้องกัน แอฟริกาใต้ที่เคยมีสัดส่วนเกือบถึง 15% ในดัชนีเมื่อปี 2002 แต่ในวันนี้มีสัดส่วนที่น้อยกว่า 5%

ประเทศที่อยู่ในดัชนี MSCI EM ก็มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยผลกระทบของการเพิ่มเข้าคำนวณในดัชนีครั้งล่าสุดนั้นมีบางส่วนที่ช่วยลดแรงกดดันของการครอบงำดัชนีที่เพิ่มขึ้นจากประเทศใหญ่ๆ อย่างเช่น ซาอุดิอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และคูเวต ก็ถือเป็นหนึ่งในตลาดที่ถูกนำเข้ามาคำนวณในดัชนีมากขึ้นโดยเปรียบเทียบ ด้วยการเพิ่มหุ้นใหม่เข้ามาจำนวนกว่า 60 ตัว และมูลค่าตลาดกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเข้ามาคำนวณในดัชนี MSCI EM อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวก็ยังนับว่าห่างไกลถ้าเทียบกับมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของจีนที่เพิ่มขึ้น 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นั่นหมายความว่ายังมีโอกาสการลงทุนที่เป็นไปได้อย่างมากจากประเทศ EM ขนาดเล็กที่ไม่ควรถูกมองข้าม เพราะตลาดเหล่านี้มักยังไม่ถูกตรวจเจอจากเรดาร์ของผู้ลงทุน

รูปที่ 1: ผลงานโดยเปรียบเทียบระหว่างหุ้นคุณค่า (Value) และหุ้นเติบโต (Growth) ในตลาดเอเชียไม่รวมญี่ปุ่น

why-you-need-an-emerging-fig1

ในแง่กลุ่มอุตสาหกรรมที่เป็นส่วนประกอบอยู่ในดัชนีก็ยังมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และในขณะที่เกณฑ์การนำหุ้นรวมเข้าคำนวณของ MSCI อาจทำให้ภาพไม่ชัด แต่แนวโน้มระยะยาวของบางเซ็กเตอร์ยังคงชัดเจน ดูรูปที่ 2 กลุ่มการเงินมีสัดส่วนใหญ่ที่สุดมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งมีการปรับฐานครั้งใหญ่ในปี 2020 โดยในปีที่แล้วกลุ่มสินค้าผู้บริโภคที่ไม่จำเป็น (Consumer Discretionary sector) ได้เร่งตัวขึ้นตามการเติบโตของหุ้นยักษ์ใหญ่ด้านอีคอมเมิร์ซของจีนเพียงไม่กี่ตัว และขึ้นแซงหน้ากลุ่มการเงินเมื่อตอนสิ้นปี โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ได้มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเมื่อไม่นานมานี้ก็สามารถขึ้นครองตำแหน่งกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตลาดเกิดใหม่

รูปที่ 2: สัดส่วนน้ำหนักของกลุ่มอุตสาหกรรมที่คำนวณใน MSCI EM Index เปรียบเทียบย้อนหลังรายปี

why-you-need-an-emerging-fig1

เมื่อเวลาผ่านไป หุ้นที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในดัชนี MSCI EM ได้กลายเป็นศูนย์รวมของหุ้นจีนมากขึ้นเรื่อยๆ ดูรูปที่ 3 ซึ่งหากดูย้อนหลังในปี 2001 จะพบว่ามีหุ้นจีนเพียง 1 ตัวใน 10 อันดับแรกซึ่งคิดเป็นประมาณ 3% ของดัชนี แต่ในวันนี้มีหุ้นจีนอยู่ถึง 6 ตัวใน 10 อันดับแรก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 21% ของดัชนี

รูปที่ 3 : สัดส่วนการครอบงำดัชนีที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ของหุ้นจีนใน MSCI EM Index

why-you-need-an-emerging-fig1

สัดส่วนที่เพิ่มขึ้นของจีนลดทอนประโยชน์ที่ได้จากการกระจายความเสี่ยง

ในขณะที่อนาคตของตลาดกลุ่ม EMs มีความไม่แน่นอนเนื่องจากลักษณะของประเทศในกลุ่มนี้เอง แต่เราอาจอาศัยข้อมูลหุ้นจีนจากการรวมเข้าคำนวณอยู่ในดัชนีของ MSCI ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจีนในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า สิ่งนี้ขึ้นอยู่กับการคาดการณ์ในปัจจัยที่ถูกรวมเข้ามาและไม่ได้คำนึงถึงศักยภาพเพิ่มเติมของการขยายตัวที่สร้างพรีเมี่ยมอย่างที่เราเคยเห็นในอดีตสำหรับตลาดหุ้นจีน ในกรณีนี้สัดส่วนของจีนในดัชนี MSCI EM มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง นั่นคือจาก 40% ในวันนี้ขึ้นไปอยู่สูงกว่า 50% ภายในปี 2027

ทำไมเราต้องสนใจเรื่องนี้? เมื่อลูกค้านึกถึงการจัดสรรสินทรัพย์ไปยังตลาดกลุ่ม EMs พวกเขาก็มักจะทำเช่นนั้นเพื่อรับโอกาสของผลตอบแทนที่หลากหลายเมื่อเวลาผ่านไปซึ่งมีจีนกลายมาเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตามเนื่องจากจีนมีอิทธิพลครอบงำอยู่ในดัชนีมากขึ้น จึงได้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างผลตอบแทนของตลาดตนเองกับดัชนี MSCI EM ทั่วโลก ดูรูปที่ 4 เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับขนาดของจีนในดัชนี และยังได้เน้นถึงผลกระทบต่อการกระจายพอร์ตการลงทุนที่ประกอบด้วยประเทศที่ครอบงำอยู่เพียงประเทศเดียว ดังนั้น หากต้องการให้เกิดการกระจายความเสี่ยงที่ดีขึ้นและจัดสรรไปยังสินทรัพย์ที่มีความสัมพันธ์ต่ำกว่า ลูกค้าก็อาจจะปรับเปลี่ยนให้อยู่ในสถานะที่ดีขึ้นด้วยการกระจายความเสี่ยงไปยังประเทศจีนและจัดสรรออกไปยัง EM ex China แบบแยกต่างหาก

หากดูเฉพาะที่ตลาดจีนนั้น จะพบว่ามีแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้นจากชาติตะวันตก นำโดยสหรัฐ และเรากำลังเห็นมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้กับบริษัทต่างๆ มากขึ้นเรื่อยๆ เหตุการณ์ดังกล่าวอาจบิดเบือนการกระจายความเสี่ยงและความสมเหตุสมผลในการลงทุนที่ครอบคลุมสินทรัพย์จีนให้มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยอาจนำไปสู่แรงกดดันให้แยกการถือครองหุ้นจีนเพื่อให้สามารถแยกจัดการกับประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้

รูปที่ 4: ขนาดและค่าสหสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้นของจีนใน MSCI EM Index

why-you-need-an-emerging-fig1

มาร์เก็ตแคปของจีนสะท้อนถึงการจัดสรรสินทรัพย์ที่ขึ้นอยู่กับความต้องการเฉพาะของผู้ลงทุนแต่ละราย

เมื่อมีเพียงประเทศเดียวที่เข้ามาครอบงำในดัชนีหุ้น ผู้ลงทุนมักจะปรับเปลี่ยนวิธีพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนให้แก่ประเทศนั้นๆ โดยเฉพาะ สิ่งนี้ทำให้เกิดความต้องการจัดโครงสร้างด้านภูมิภาคใหม่เพื่อให้แน่ใจว่าโอกาสในการลงทุนที่ตั้งเป้าหมายไว้จะไม่หายไป ตัวอย่างเห็นได้จากกรณีที่มีเพียงประเทศเดียวที่มีอิทธิพลอยู่ในดัชนี เช่น สหรัฐอเมริกาในดัชนี MSCI World ซึ่งผู้ลงทุนได้พิจารณาจัดสรรเงินลงทุนแบบเฉพาะไปยังสหรัฐและเพิ่มความนิยมให้แก่ดัชนี World ex US และดัชนี EAFE (Europe, Australasia and Far East) เราเชื่อว่าจีนและดัชนี MSCI EM มีแนวโน้มที่จะเดินไปบนเส้นทางคล้ายๆ กัน ด้วยเหตุผลที่แข็งแกร่งที่สนับสนุนความเชื่อนี้

หากเทียบกับตลาดที่มั่นคงแล้วแห่งอื่นๆ อย่างเช่นการเป็นตลาดที่สะท้อนอยู่ในดัชนี MSCI World (ตลาดกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว) และดัชนี MSCI Europe ก็จะพบว่าดัชนี MSCI EM มีหุ้นอยู่จำนวนมาก แต่กลายเป็นการกระจุกตัวอย่างมากเมื่อเราพิจารณาถึงสัดส่วนของหุ้นใน 10 อันดับแรก แม้ว่าประเทศขนาดใหญ่ที่สุด 5 ประเทศแรกที่อยู่ในดัชนี MSCI ระดับภูมิภาคจะมีขนาดที่ใกล้เคียงกัน แต่จีนได้แสดงถึงความโดดเด่นออกมาชัดเจน เช่นเดียวกับสหรัฐอเมริกาในดัชนี MSCI World (ในฐานะการเป็นตลาดใหญ่ที่สุดของประเทศเหล่านี้) ดูรูปที่ 5 นอกจากนี้ เราสังเกตว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของจีนนั้นขึ้นมาอยู่เหนือระดับของญี่ปุ่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ซึ่งญี่ปุ่นนั้นถือว่าเป็นตลาดที่ได้รับการพิจารณาจัดสรรเงินลงทุนแบบเฉพาะมาอย่างยาวนาน ดูรูปที่ 6

รูปที่ 5: ส่วนประกอบในดัชนี MSCI แบ่งตามตลาดกลุ่มต่างๆ

why-you-need-an-emerging-fig1

รูปที่ 6: มูลค่าหลักทรัพย์ของดัชนี MSCI แบ่งตามตลาดกลุ่มต่างๆ (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

why-you-need-an-emerging-fig1

กลยุทธ์ “EM ex China” นำเสนอโอกาสในการกระจายความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น

มีความแตกต่างบางประการที่เห็นได้ชัดเมื่อเราเปรียบเทียบลักษณะด้านต่างๆ ระหว่างดัชนี MSCI EM และ MSCI EM ex China1

ประการแรก จำนวนหุ้นลดลงครึ่งหนึ่งจาก 1,397 เป็น 683 ตัวใน EM ex China ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงบริษัทขนาดเล็กจำนวนมากที่อยู่ในตลาดหุ้น A share ของจีน แต่ยังคงเป็นกลุ่มใหญ่ที่เป็นทางเลือกให้แก่ผู้ลงทุนที่เลือกหุ้นแบบ bottom-up

ประการที่สอง EM ex China หากดูระดับเซ็กเตอร์หรือกลุ่มอุตสาหกรรมจะพบว่ามีการกระจุกตัวมากขึ้นจากกลุ่มไอที โดยมีบริษัทฮาร์ดแวร์อย่างเช่น TSMC, Samsung และ Infosys ผลักดันการขยายตัวในส่วนนี้ อย่างไรก็ตาม กลุ่มสินค้าผู้บริโภคที่ไม่จำเป็นกลับลดบทบาทลงเนื่องจาก Alibaba ออกจากการคำนวณในดัชนี เช่นเดียวกับกลุ่มบริการสื่อสารภายหลัง Tencent ของจีนออกจากดัชนีด้วยเช่นกัน

ถ้าดูในแง่ภูมิภาคแล้ว เราจะเห็นว่า EM Asia ลดลงอย่างเห็นได้ชัด นั่นคือจาก 80.0% ใน MSCI EM มาเป็น 67.1% ใน MSCI EM ex China และแม้ว่า EM Asia จะยังคงมีบทบาทอยู่มากในดัชนี EM ex China แต่ก็พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของภูมิภาค LATAM และ EMEA จากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนของตลาดเหล่านี้

ในภาพรวม เราเห็นกลุ่มหุ้นที่มีการกระจายตัวและมีลักษณะความหลากหลายมากขึ้น ทั้งในแง่รายประเทศ กลุ่มอุตสาหกรรมและประเภทของหุ้น โดยมีหุ้นจำนวนมากให้เลือก เราเชื่อว่ากลุ่มหุ้นที่นำเข้ามาพิจารณานี้ได้นำเสนอโอกาสแก่ผู้จัดการลงทุนเชิงคุณค่าที่มีวินัยเพื่อรับผลตอบแทนส่วนเพิ่มหรือค่าอัลฟ่าเมื่อเวลาผ่านไป

รูปที่ 7: ส่วนประกอบของดัชนี MSCI EM และ MSCI EM ex China

why-you-need-an-emerging-fig1

กลยุทธ์ EM ex China ที่ขับเคลื่อนด้วยคุณค่า สร้างผลงานโดดเด่นในระยะยาว

EM ex China มีลักษณะของการกระจายไปยังประเทศต่างๆ ไปยังหลายกลุ่มอุตสาหกรรม และมีความแตกต่างระหว่างตัวหุ้น โดยมีบริษัทที่มีบทบาทสูงและครอบงำดัชนีในจำนวนน้อยลงและมีโอกาสมากมายจากความโดดเด่นของหุ้นเฉพาะตัว โครงสร้างตลาดเช่นนี้สอดคล้องกับประสบการณ์ของเราและแนวทาง bottom up ที่มีวินัยซึ่งขับเคลื่อนด้วยคุณค่าเพื่อไขว่คว้าโอกาสในการลงทุน

ปรัชญาด้านคุณค่าของเรามีจุดเริ่มต้นมาจากการสังเกตว่าอารมณ์ของมนุษย์และความโน้มเอียงทางพฤติกรรมได้บิดเบือนการตัดสินใจลงทุน ส่งผลให้ผู้ลงทุนต้องจ่ายเงินมากเกินไปเพื่อแลกกับโอกาสในการเติบโตและการรับรู้ถึงคุณภาพ โดยเน้นข้อมูลในอดีตที่ผ่านมาไม่นานและการคาดการณ์ไปยังอนาคตอันใกล้ เหตุการณ์นี้ทำให้เกิดการกำหนดราคาที่คลาดเคลื่อนในตลาดหุ้นซึ่งเราพยายามหาโอกาสสร้างประโยชน์ได้อย่างเป็นระบบ ทั้งนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นได้สนับสนุนปรัชญาของเราเมื่อดูจากข้อมูลในอดีตของตลาดหุ้น ซึ่งเราสามารถเห็นได้ว่า “คุณค่า” (Value) สร้างผลงานได้เหนือกว่า “คุณภาพ” (Quality) และ “การเติบโต” (Growth) ใน EM ex China ในระยะยาว ดูรูปที่ 8

รูปที่ 8: ผลงานของกลยุทธ์ EM ex China ในแต่ละรูปแบบ

why-you-need-an-emerging-fig1

ในขณะที่เรามองเห็นเหตุผลสนับสนุนด้านมูลค่าที่แน่ชัดสำหรับการลงทุนในภูมิภาคนี้ในปัจจุบัน และโอกาสด้านมูลค่าที่เห็นได้ชัดเจนอีกมากในระยะยาว เราก็ยังเห็นโอกาสพิเศษสำหรับตลาดกลุ่ม EM ex China ในวันนี้ โดยในยุคหลังวิกฤตการณ์ทางการเงิน หรือ Global Financial Crisis (GFC) ผู้ลงทุนได้หลีกเลี่ยงหุ้นที่มีชื่อเสียงด้านคุณค่าและเปลี่ยนไปยังหุ้นที่มีคุณภาพสูงและหุ้นที่มีศักยภาพในผลประกอบการระยะสั้น แนวโน้มเช่นนี้มีความรุนแรงมากขึ้นในปี 2020 เนื่องจาก COVID 19 และได้สร้างความแตกต่างของมูลค่าเป็นอย่างมากภายในตลาดกลุ่ม EM ex China ระหว่างหุ้นราคาถูกและแพง ดูรูปที่ 9 สถานการณ์เช่นนี้จึงเป็นโอกาสพิเศษสำหรับผู้ลงทุนเชิงคุณค่าที่มีวินัยในการสร้างผลงานที่เหนือกว่าในอนาคต

โดยสรุป ในวันนี้เราเห็นโอกาสด้านมูลค่าอย่างมากทั่วตลาดเกิดใหม่ แต่สิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่าก็คือมูลค่าที่แตกต่างกันอย่างมากซึ่งเราได้เห็นระหว่างหุ้น EM ex China ที่มีราคาถูกและแพง ทำให้เรามีโอกาสมากมายในการคัดเลือกหุ้นเพื่อสร้างผลงานได้อย่างโดดเด่นนับตั้งแต่นี้

รูปที่ 9: ความแตกต่างของมูลค่าหุ้นในกลุ่ม EM ex China อยู่ในระดับที่สูงมาก

why-you-need-an-emerging-fig1

Sources:
1 As at 30 Oct 2020

This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in:

Singapore and Australia (for wholesale clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore, is exempt from the requirement to hold an Australian financial services licence and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Australian laws.


Hong Kong by Eastspring Investments (Hong Kong) Limited and has not been reviewed by the Securities and Futures Commission of Hong Kong.


This document is produced by Eastspring Investments (Singapore) Limited and issued in Thailand by TMB Asset Management Co., Ltd.


Indonesia by PT Eastspring Investments Indonesia, an investment manager that is licensed, registered and supervised by the Indonesia Financial Services Authority (OJK).


Malaysia by Eastspring Investments Berhad (531241-U).


United States of America (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is registered with the U.S Securities and Exchange Commission as a registered investment adviser.


European Economic Area (for professional clients only) and Switzerland (for qualified investors only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A., 26, Boulevard Royal, 2449 Luxembourg, Grand-Duchy of Luxembourg, registered with the Registre de Commerce et des Sociétés (Luxembourg), Register No B 173737.


United Kingdom (for professional clients only) by Eastspring Investments (Luxembourg) S.A. - UK Branch, 125 Old Broad Street, London EC2N 1AR.


Chile (for institutional clients only) by Eastspring Investments (Singapore) Limited (UEN: 199407631H), which is incorporated in Singapore and is licensed and regulated by the Monetary Authority of Singapore under Singapore laws which differ from Chilean laws.


The afore-mentioned entities are hereinafter collectively referred to as Eastspring Investments.


The views and opinions contained herein are those of the author on this page, and may not necessarily represent views expressed or reflected in other Eastspring Investments’ communications. This document is solely for information purposes and does not have any regard to the specific investment objective, financial situation and/or particular needs of any specific persons who may receive this document. This document is not intended as an offer, a solicitation of offer or a recommendation, to deal in shares of securities or any financial instruments. It may not be published, circulated, reproduced or distributed without the prior written consent of Eastspring Investments. Reliance upon information in this posting is at the sole discretion of the reader. Please consult your own professional adviser before investing.

 

Investment involves risk. Past performance and the predictions, projections, or forecasts on the economy, securities markets or the economic trends of the markets are not necessarily indicative of the future or likely performance of Eastspring Investments or any of the funds managed by Eastspring Investments.


Information herein is believed to be reliable at time of publication. Data from third party sources may have been used in the preparation of this material and Eastspring Investments has not independently verified, validated or audited such data. Where lawfully permitted, Eastspring Investments does not warrant its completeness or accuracy and is not responsible for error of facts or opinion nor shall be liable for damages arising out of any person’s reliance upon this information. Any opinion or estimate contained in this document may subject to change without notice.


Eastspring Investments (excluding JV companies) companies are ultimately wholly-owned/indirect subsidiaries/associate of Prudential plc of the United Kingdom. Eastspring Investments companies (including JV’s) and Prudential plc are not affiliated in any manner with Prudential Financial, Inc., a company whose principal place of business is in the United States of America.